รวบหนุ่มวิศวะ แอดมินกลุ่มไลน์ลับแพร่คลิปอนาจารหญิงสาว

18/3/62
โดย PPTV Online

เผยแพร่ 26 ก.พ. 2562 เวลา 07:19 น.

ตำรวจจับกุมหนุ่มวิศวะ แอดมินกลุ่มไลน์ลับที่นำคลิปของหญิงสาวมาเผยแพร่ พร้อมเรียกเก็บค่าสมาชิก และยังพบว่าคลิปบางส่วนมาจากการล่อลวงหญิงสาวมากระทำอนาจารแล้วแอบถ่ายคลิปไว้

พล.ต.อ. รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.ท .สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร. เปิดเผยผลการจับกุม

นายวรัญญู เหล่าเลิศ อายุ 30 ปี หนุ่มวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ผู้ต้องหาเป็นแอดมิน กรุ๊ปลับ line-VK นำคลิปแอบถ่าย คลิปโป๊เด็กและคลิปหญิงสาวต่างๆ มาเผยแพร่ในกลุ่มลับที่เสียค่าสมัครสมาชิก ซึ่งเป็นภัยต่อสังคม โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็ก สุภาพสตรี โดยในกลุ่ม VK มีผู้ติดตามนับหมื่นคน

สำหรับพฤติกรรม นายวรัญญู ได้ทำการคือ ล่อลวงมีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนหญิง และนักศึกษา จำนวนหลาย 10 คน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะแอบถ่ายคลิปอนาจาร และนำคลิปไปขายในสื่อออนไลน์ในกลุ่มสาธารณะเว็บไซต์ vkหนึ่ง ซึ่งจะมีแอดมิน กลุ่มคอยโพสต์ภาพ และคลิปโป๊เป็นคลิปหลุดตัวอย่างชักชวนให้ผู้ที่สนใจร่วมสมัครเป็นสมาชิก เข้าร่วมกลุ่ม Line ลับ โดยเก็บเงินค่าสมาชิกกลุ่มคนละ 300 และ 500 บาท ที่โพสต์ภาพ และคลิปหลุดเต็ม

จากการตรวจสอบพบว่านายวรัญญู ได้สร้างกลุ่มบนเว็บไซต์ vk และ line นี้ขึ้น ตั้งแต่เดือนก.ค. 2561 และมีผู้ติดตาม VK นับหมื่นคน และมีสมาชิกที่จ่ายเงินเข้าร่วมกลุ่มไลน์ลับมากกว่า 700 คน มีรายได้มากกว่า 3 แสนบาท และคลิปบางคลิปนั้นถูกนำมาจากอินเตอร์เน็ต บางส่วนถูกซื้อจากบุคคลอื่นผ่านอินเตอร์เน็ต จากการค้นบ้านพักผู้ต้องหา พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้กระทำความผิดถึง18รายการ และกำลังทำการตรวจสอบว่า ผู้ต้องหาได้ล่อลวงหญิงรายใดมาเผยแพร่คลิปลับด้วยหรือไม่

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา นายวรัญญู ในข้อหา”เพื่อประสงค์แห่งการค้าแจกจ่ายหรือเผยแพร่โดยวิธีใด ๆ ซึ่งสื่อลามก และสื่อลามกอนาจารเด็ก”ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ถึง 10 ปี ปรับไม่เกิน 60,000-200,000 บาท

Read more ...

ปฎิบัติการ Operation ครั้งที่ 28 ลุยนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใน กทม/ปริมณฑล

9/2/62


  

เมื่อวันศุกร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อม ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยวและ ชุด ศปอส.ตร.

นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นตามหมายค้นแหล่งนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใน กทม.โดยเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 195 หมู่บ้านพนาสนธ์ ถนนนิมิตรใหม่ แขวง/เขตมีนบุรี กทม. และปริมณฑล จำนวน 30 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลาง จำนวนมาก

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าผลการ Operation ครั้งที่ 28 กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, เพชรบุรี จากการตรวจค้นจับกุมกลุ่มนายทุน นางสาวกรรณิการ์ ฉลองจันทร์ กับพวกความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั่งยี่และร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด”

นอกจากนี้ตรวจค้นตามหมายค้นอีก 30 จุด ผู้ต้องหาตามหมายจับ 28 หมายจับ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 14 ราย

ตรวจยึด/อายัดทรัพย์ 24 จุด ค้นเอกสารที่เกี่ยวข้อง 6 จุด รวมมูลค่าทรัพย์สินรวม 205,500,000 บาท

​1. รถจักรยานยนต์ ​​​20 ​คัน ​​ราคา​15,000,000 ​บาท

​2. รถยนต์ ​​​​15 ​คัน​​ราคา​25,000,000 ​บาท

​3. บ้านและอาคารพานิชย์​15 ​หลัง​​ราคา​150,000,000​บาท ​

4. อาวุธปืน​​​​2​กระบอก​ราคา​100,000​​บาท ​

5. โทรศัพท์มือถือ​​​40​เครื่อง​ราคา​200,000​​บาท

​6. สำเนาโฉนดที่ดิน​​​14 ​ฉบับ​​ราคา​15,000,000​บาท

​7. สร้อยคอ,ทองรูปพรรณ​​​​​ราคา​200,000​​บาท​

​8. สมุดบัญชีธนาคาร​​50​เล่ม​

​9. ตู้นิรภัย​​​​​2​หลัง​​ ​

10. เอกสารบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้รายวัน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้อะไรก็ตามถ้าเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราต้องทำก่อน คือวันนี้การทำงานของตำรวจคิดอย่างเดียวว่าปัญหาอะไรที่ประชาชนเดือดร้อน อะไรคือสิ่งที่ประชาชนต้องการพึ่งพา และเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญประชาชนทุกท่านเป็นศูนย์กลาง ในการแจ้งเหตุการณ์ต่างๆ ให้ความไว้วางใจเชื่อมั่นศรัทธา ในการทำงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทุ่มเทตั้งใจมุ่งมั่น เมื่อไหร่ที่ตำรวจทำงาน ประชาชนมองเห็นและรู้ทันทีว่าตำรวจบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม เป็นที่รักของประชาชน
Read more ...

จับหนุ่มรัฐวิสาหกิจ เปิดร้านเกม ล่วงละเมิดด.ช. ถ่ายคลิปส่ง ดาร์กเว็บ

8/2/62
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 - 20:33 น.

จับหนุ่มรัฐวิสาหกิจ เปิดร้านเกม ล่วงละเมิดด.ช. ถ่ายคลิปส่ง ดาร์กเว็บ

ล่วงละเมิดด.ช. / เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงจับกุมพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC) ได้รับแจ้งจากองค์กรตำรวจสากล เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2561 ว่าพบเบาะแสการกระทำความผิดเป็นรูปภาพและคลิปวิดีโอ ชายวัยกลางคนกำลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย ปรากฎในดาร์กเว็บ (Dark Web)

ชุดปฏิบัติการ TICAC จึงสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด จนทราบว่าผู้กระทำผิดคือ

นายอุบล (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย 

เมื่อเปรียบเทียบใบหน้ากับภาพเบาะแสแล้ว เป็นบุคคลเดียวกัน

โดยนายอุบล เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในพื้นที่ มีนิสัยเป็นชายรักชาย มีความรู้ความชำนาญระบบคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าสู่ดาร์กเว็บ (Dark Web) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่อำพรางการเข้าถึง ที่ใช้ในทางผิดกฎหมาย มีวิธีการใช้งานที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดี

นายอุบลเปิดร้านเกมที่บ้านมาแล้วประมาณ 8-9 ปี มีลูกค้าเป็นเด็กและวัยรุ่นชายในพื้นที่จำนวนมาก แวะเวียนมาใช้บริการ โดยนายอุบลใช้ร้านเกมเป็นสถานที่ล่อลวงเด็กชายมาล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ชุดปฏิบัติการ TICAC ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา

ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ พบหลักฐาน รูปภาพและคลิปการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยที่ผู้ต้องหาเป็นผู้ถ่ายเก็บไว้เอง และนำไปเก็บไว้ใน Dark Web และเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ชุดปฏิบัติการ TICAC เข้าตรวจค้นร้านเกมเป้าหมาย พบหลักฐานที่ปรากฏในคลิปล่วงละเมิดเด็ก จึงได้รวบรวมไว้

เบื้องต้นตั้งข้อหา

" มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครอง เพื่อแสวงประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย" มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการสอบสวนขยายผล พบ ผู้เสียหายเป็นเด็กชายจำนวนมากที่เข้ามาใช้บริการในร้านเกมของนายอุบล แล้วถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ต่อมาในวันที่ 7 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับและจับกุมนายอุบล เบื้องต้นแจ้งข้อหา

“กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000-400,000 บาท เพิ่มเติม

ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ และดำเนินคดีเพิ่มเติมกับผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
Read more ...

TICAC จับพระแต่งคอสเพลย์ แชตลวงเด็กสาวถ่ายคลิปโป๊

31/1/62



เมื่อ 31 ม.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศพดส.(4) และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3/หน.ชุดปฏิบัติการส่วนกลาง TICAC แถลงข่าวการปฏิบัติของชุดปฏิบัติการ TICAC

จากการสืบสวนและจับกุมแอดมินกลุ่มสังคมออนไลน์ LINE และ VK ใน จ.นครราชสีมา ที่เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กหญิงระดับประถม-มัธยม ของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ TICAC และขยายผลสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พบว่ามีผู้กระทำความผิดในกลุ่มดังกล่าวอีก คือ

นายดนัยณัฐ์ แสงพันธ์ อายุ 30 ปี ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ในวัดแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น 

เป็นผู้กระทำผิดในอีกคดีหนึ่ง เมื่อ 24 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ TICAC จึงได้เข้าตรวจค้นกุฏิของผู้ต้องหาพบสื่อลามกอนาจารเด็กหญิงเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก จึงจับกุมแจ้งข้อหา

“มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครอง เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย” 

ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า บวชเป็นพระมากว่า 6 ปี มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างดี ทำหน้าที่เลขาเจ้าคณะตำบล แต่มีรสนิยมทางเพศชอบเด็กหญิงอายุน้อย ใช้วิธีค้นหาเด็กผู้หญิงอายุน้อยจากแอพ BeeTalk มาพูดคุยเปิดกล้องบนแอพ LINE โดยขณะพูดคุยตนเองจะปกปิดความเป็นพระ โดยสวมวิกผมและแต่งชุดคอสเพลย์เด็กนักเรียนหญิงญี่ปุ่น แล้วพูดคุยชักชวนเด็กผู้หญิงให้เปลือยกาย หรือส่งภาพหรือคลิปเปลือยมาให้ตนเอง เพื่อเก็บสะสมและใช้สำเร็จความใคร่ มีเด็กผู้หญิงตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
Read more ...

TICAC จับพระ ล่อลวงลวงละเมิดทางเพศเด็กชาย

31/1/62


เมื่อ 31 ม.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศพดส.(4) และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3/หน.ชุดปฏิบัติการส่วนกลาง TICAC ดำเนินการสืบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

โดยช่วงระหว่างวันที่ 9 พ.ย.61- 25 ม.ค.62
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี การล่วงละเมิดเด็กและเยาวชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดตั้ง ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ตมีผลงานการจับกุมทั้งหมด 14 คดี เป็นข้อหาค้ามนุษย์ 5 คดี และ ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก 9 คดี มีผู้ต้องหา 15 คน เป็นสัญชาติไทย 12 คน เมียนม่า 1 คน ออสเตรีย 1 คน และเยอรมัน 1 คน และยังสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 12 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ใหญ่ 1 คนและเด็ก 11 คน โดยดำเนินการใน 10 จังหวัดทั่วประเทศนอกจากนี้ยังได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลหาผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และโดยที่การกระทำความผิดเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ตยากต่อการควบคุม การสืบสวนจึงต้องรวดเร็วและครอบคลุม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือคุ้มครองอย่างทันท่วงที ตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

โดยความร่วมมือของชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(TICAC), National center for missing & exploited children (NCMEC) และ INTERPOL พบ ภาพพระล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายบนอินเตอร์เน็ต จึงได้ทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ

นายศิครินทร์ คล้ายสุวรรณ อายุ 40 ปี ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำรวจ ภ.7 

โดยเมื่อวันที่ 17 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการส่วนกลาง TICAC ได้เข้าตรวจค้นที่พัก(กุฏิ) ของผู้ต้องหา พบสื่อลามกอนาจารเด็กชายเป็นจำนวนมากเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา จึงจับกุมและ แจ้งข้อหา

“มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครองเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย” โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

และขยายผลต่อเนื่องทราบว่าผู้ต้องหามีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายในซึ่งอยู่ในชุมชนที่ผู้ต้องหาบวชเป็นพระอยู่ จึงดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหา

“พรากเด็กและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000-400,000 บาท

ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า บวชเป็นพระมาแล้วกว่า 10 ปี โดยเปลี่ยนวัดจำพรรษาไปเรื่อย ๆ มีรสนิยมทางเพศชอบเด็กชายตั้งแต่ก่อนบวชพระ ยอมรับว่า ล่อลวงละเมิดทางเพศเด็กชายในละแวกวัด และถ่ายภาพเก็บสะสมไว้จริง มีนิสัยชอบเสพและเก็บสะสมสื่อลามกอนาจารเด็กชายไว้เป็นจำนวนมาก โดยรวบรวมมาจากเว็บไซต์และกลุ่มไลน์ที่เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กชายจำนวนหลายกลุ่มที่ตนจ่ายเงินเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมแอดมินกลุ่มมาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
Read more ...

รวบแก๊งฟิลิปปินส์ล้วงกระเป๋า ฉกทรัพย์เหยื่อบนบีทีเอส รูดเครดิตซื้อของ

22/11/61
เผยแพร่เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2561 - 16:03 น.

ลายแกงค์ล้วงกระเป๋า ชาวฟิลิปปินส์ ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยโดยการแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคงต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย นั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้สนองนโยบายรัฐบาลโดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รรท.ผบช.ทท., พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รรท.รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวงรรท.รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ รรท.ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท.ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมแฝงตัวเข้ามาก่ออาชญากรรมทุกรูปแบบ

โดยการบูรณาการร่วมทุกหน่วยงานโดยเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจสตม., เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กก.1 บก.ทท.1 และ สน.ทองหล่อได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาแกงค์ล้วงกระเป๋า ชาวฟิลิปปินส์ จำนวน 3 รายดังนี้

1. นายเฟอร์นานโดแกมบัว (Fernando Gamboa) สัญชาติฟิลิปปินส์หนังสือเดินทางเลขที่P6462754A

2. นายไมเคิลจูมาเจียว (Michael Jumadiao) สัญชาติฟิลิปปินส์หนังสือเดินทางเลขที่EC2486972

​3. นางสาวไอนีราเบ (Ainie Rabe) สัญชาติฟิลิปปินส์หนังสือเดินทางเลขที่P8480696A​


ซึ่งเมื่อวันที่ 2 พ.ย.61 กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุล้วงกระเป๋าลักเอาทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้ทรัพย์สินทั้งเงินสดและทรัพย์สินอื่นๆ เป็นจำนวนเงินประมาณ 1 แสนบาท โดยกลุ่มคนร้ายจะมองหาเหยื่อชาวต่างชาติบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายอยู่ในขบวนรถไฟฟ้าซึ่งมีผู้โดยสารจำนวนมาก เข้าไปยืนล้อมกรอบผู้เสียหายและเบียดในระยะประชิดเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายรู้ตัวและช่วยกันบังไม่ให้ผู้โดยสารคนอื่นมองเห็นแล้วล้วงเอาทรัพย์สินไป หลังจากก่อเหตุก็จะนำทรัพย์สินทั้งเงินสดและบัตรเครดิตที่ลักได้นำไปซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ภายหลังผู้เสียหายรู้ตัวจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อจนต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับคนร้ายกลุ่มนี้ได้ทั้งสิ้น 6 ราย ทราบชื่อนามสกุลทั้งสิ้น 4 ราย จับกุมได้ 3 ราย อีก 1 รายได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ส่วนอีกสองรายเป็นหมายจับตามภาพจากกล้องวงจรปิด จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนร้ายได้เคยเดินทางเข้า – ออก ราชอาณาจักรมาแล้วจำนวนหลายครั้ง ซึ่งจะได้ติดตามจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข้อสังเกตุ

1. เป็นกรณีที่คนร้ายชาวต่างชาติ ก่อเหตุกับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในประเทศไทย ที่ผ่านมามีการจับกุมแกงค์ล้วงกระเป๋าชาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย เวียดนาม

2. คนร้ายมักเลือกก่อเหตุกับชาวต่างชาติ เนื่องจากชาวต่างชาติมักจะไม่สามารถสื่อสารได้ง่าย

3. การก่อเหตุดังกล่าวส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบถึงการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย

4. คนร้ายมักเลือกก่อเหตุในสถานที่ที่มีบุคคลพลุกพล่านหนาแน่น เพื่อให้เหยื่อไม่ทันระวังตัว

5. คนร้ายบางรายมีการหลบหนีไปต่างประเทศแล้วเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และหมายเลขพาสปอร์ต แล้วเดินทางเข้ามาก่อเหตุ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ หากมีการนำระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometric) มาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันคนร้ายมากขึ้น
Read more ...

สตม.จับแก๊งล้วงกระเป๋าชาวเวียดนาม จ้องเหยื่อชาวต่างชาติตามห้าง สถานีรถไฟฟ้า

6/10/61

เผยแพร่: 6 ต.ค. 2561  MGR online

รักษาราชการ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แถลงจับแก๊งล้วงกระเป๋าชาวเวียดนาม ในห้างดังย่านอโศก สารภาพเลือกสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน มองหาเหยื่อที่ชาวต่างชาติเป็นหลัก

วันนี้ (6 ต.ค.) เวลา 12.30 น.ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รรท.ผบช.ทท. พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ รรท.ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท.ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.อัครวุฒิ ธานีรัตน์ ผกก.สน.ลุมพินี ร่วมแถลงผลจับกุมผู้ต้องหาแก๊งล้วงกระเป๋าชาวเวียดนาม 2 ราย คือ

นายแทน พุค เล อายุ 38 ปี และ 

นายแวน ที เหงียน อายุ 36 ปี 

พร้อมของกลาง

เสื้อผ้า
กางเกง
รองเท้า

ที่ใช้ในวันก่อเหตุ โดยจับกุมตัวได้ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.61 ที่ผ่านมา บริเวณห้างเทอร์มินอล 21 (Terminal 21) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 13 ก.ค.61 กลุ่มคนร้ายได้เข้ามาภายในห้าง เทอมินอล 21 พบผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวเยอรมัน บริเวณชั้น 1 จากนั้น กลุ่มคนร้ายคอยสังเกตติดตามจนกระทั่งผู้เสียหายเผลอ จึงก่อเหตุล้วงเอากระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสด ประมาณ 2,300 ยูโร หรือ ประมาณ 100,000 บาท แล้วหลบหนีไป ต่อมา เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวจึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ลุมพินี เพื่อร้องขอศาลออกหมายจับ ก่อนเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมคนร้ายทั้ง 2 รายได้ที่ห้างเทอมินอล 21 ขณะกำลังจะก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง เมื่อวานนี้

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เผยอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่าจะเลือกก่อเหตุล้วงกระเป๋าตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้าและตามสถานีรถไฟฟ้า โดยเลือกเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากไม่ค่อยแจ้งความดำเนินคดี นอกจากนี้ จากประวัติผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พบว่า 

นายแทน พุค เล เลขหนังสือเดินทางเดิม C0745332 เปลี่ยนชื่อใหม่ นายบาว คุก วู เลขหนังสือเดินทางใหม่ C4841656 เข้ามาเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.61 ด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรี และ 

นายแวน ที เหงียน เลขหนังสือเดินทางเดิม B7443890 ชื่อใหม่ นายแวน เลียด โว เลขหนังสือเดินทางใหม่ C3047055 เข้ามาเมื่อวันที่ 5 ต.ค.61 ด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรี 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์” ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Read more ...