รวบสาวเขมรเครือข่ายแก๊งค้ามนุษย์บังคับใช้แรงงานเด็กเร่ขายสินค้าริมหาดป่าตอง

25/10/62
วันที่ 25 ต.ค.62 ที่ สตม.สวนพลู 

พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย 
พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, 
พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบก.ตม.6 

แถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติ รายสำคัญ และคดีที่น่าสนใจในห้วงเดือน ต.ค.2562

พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่าตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการเข้ามาของหญิงต่างด้าวในคราบนักท่องเที่ยวเพื่อลักลอบค้าประเวณีในแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ


เมื่อวันที่ 20 ต.ค.62 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการจับกุมตัว

MS.KIMHANG (นางสาวคิมห่าง หรือ กิมฮาง) อายุ 24 ปี สัญชาติกัมพูชา

 ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 98/2562 ลงวันที่ 18 เมษายน 2562 โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือส่งไปที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อบังคับใช้แรงงาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กาย ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ และร่วมกันเป็นนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง” 

หนึ่งในขบวนการค้ามนุษย์ หลอกลวงเด็กชาวกัมพูชา อายุประมาณ 13-16 ปี มาเร่ขายดอกไม้และแว่นตาที่ริมหาดป่าตอง มีผู้ร่วมขบวนการจำนวน 4 คน 

โดยนางสาวคิมห่าง ทำหน้าที่ รับ – ส่ง เด็กตามจุดที่ขายของบริเวณริมหาดป่าตอง และทำหน้าที่ดูต้นทาง เวลามีตำรวจมาตรวจ โดยจะให้เด็กขายของตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 21.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด ซึ่งหลังเลิกขบวนการดังกล่าวจะรับเด็กกลับมากักขังไว้ที่บ้านเช่า ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หากเด็กขายของได้เงินไม่ถึงยอดตามที่กำหนดไว้ประมาณ 2,000 – 3,000 บาท ทั้งสี่คนจะใช้ไม้แขวนเสื้อ ซึ่งถูกดัดเป็นขดให้มีลักษณะคล้ายไม้เรียว ตี ทำร้ายร่างกายเด็ก โดยจะผลัดกันทำร้ายเด็กสลับกันไปในแต่ละวัน ถ้าเด็กคนไหนขายของไม่ได้ตามยอดก็จะถูกตี 

ต่อมา เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2561 มารดาของเด็กจำนวน 2 รายทราบเรื่อง จึงเดินทางมาจากประเทศกัมพูชาและเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง คนร้ายทั้งสี่ได้หลบหนีไปและพนักงานสอบสวนได้ขอศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับไว้ 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการสืบทราบว่า นางสาวคิมห่าง หนึ่งในผู้ต้องหา ยังซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยจะทำการหลบหนีออกจากประเทศไทย โดยเดินทางออกทางจังหวัดสระแก้ว จึงประสานกับ ตม.จว.สระแก้ว และร่วมกันทำการสืบสวน จนสามารถจับกุมตัวนางสาวคิมห่างได้ 

จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนคนร้าย รายอื่นๆที่หลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต จะได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Read more ...

กอ.รมน.กทม.จับล้วงกระเป๋าตลาดนัดจตุจักร

5/8/62
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2562 เวลา​ 21.30 น.​:

เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กทม.นำโดย​ พ.อ.วิโรจน์​ หนองบัวล่าง​ หัวหน้าฝ่ายข่าว กอ.รมน.กทม.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กทม.ให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายได้ล้วงกระเป๋าลูกค้าในตลาดนัดจตุจักร​และได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ หลังจากที่ทาง กอ.รมน.กทม.และสำนักงานตลาดจตุจักร​ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก​ น.ส.วิภากร​ แจ่มหม้อ​ อายุ​ 35​ ปี​ สัญชาติไทย​ ซึ่งพิการทางหูและเป็นใบ้​ ได้ถูกคนร้ายล้วงกระเป๋าและได้หยิบเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย

ด้าน พ.อ.วิโรจน์ฯ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่กอ.รมน.กทม.ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหาย ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา​ 14.30​ น.​ทางผู้เสียหายได้เดินซื้อของอยู่ในตลาดนัดจตุจักร บริเวณ​ โครงการ​ 9​ -​ 10​ ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบชื่อ​ ได้ขโมยโทรศัพท์​มือถือ​ซึ่งอยู่ในกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย

เบื้องต้นผู้เสียหายได้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่​ ฝ่ายป้องกัน​ ในตลาดนัดจตุจักร ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องจึงได้เร่งติดตามหาคนร้าย​ และทราบว่าได้หลบหนีออกจากพื้นที่จตุจักร​ไปแล้ว จึงได้ทำการตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจับสัญญานได้บริเวณแถวรังสิต​ จึงได้เร่งติดตามตัวคนร้ายทันที

ต่อมาเมื่อเวลา​ 19.00​ น.​ของวันที่​ 4​ ส.ค.62​ ได้รับแจ้ง​จาก​ ทางชุดติดตามของ กอ.รมน.กทม.ว่าสามารถติดตามจับกุมคนร้ายที่ขโมยโทรศัพท์​ มือถือดังกล่าว​ได้แล้ว ตรงบริเวณตลาดนานา​ อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี​ พบว่าคนร้ายได้นำโทรศัพท์​มือถือไปขายในตลาดดังกล่าว​ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม​ทันที ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ

น.ส.สุวภัทร​ นพคุณ​ อายุ​ 35​ ปี อยู่บ้านเลขที่ 169/217 ซ.เพิ่มสิน 15 แยก 13 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ 

เจ้าหน้าที่ จึงนำผู้ต้องหา​ มาสอบปากคำและทำประวัติ​ ที่ห้องฝ่ายป้องกัน​ ในตลาดนัดจตุจักร​ และได้ควบคุมตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ พร้อมได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์​ และดำเนินคดีต่อไป
Read more ...

สตม.ร่วมบีทีเอส จับแก๊งล้วงกระเป๋าชาวแอลจีเรีย บนรถไฟฟ้าบีทีเอส

2/8/62
 

เมื่อ 2 ส.ค.62

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.)เปิดเผยว่า สตม. รวมกับ เจ้าหน้าที่บีทีเอส รวมกัน ควบคุมตัว แก๊งค์ต่างชาติก่อเหตุล้วงกระเป๋า ได้ 2 รายคือ

นายโอมาร์ ฮาบัด สัญชาติแอลจีเรีย และ

นายโมฮาเมด เบนบูซิด สัญชาติแอลจีเรีย 

โดยจับกุมนายโอมาร์ ได้ที่บีทีเอสสยาม เมื่อวันที่24 กรกฎาคม พร้อมด้วยของกลาง 

- เงินสกุลดอลลาร์,ไทย,
- โทรศัพท์มือถือ,
- หนังสือเดินทาง ,
- กระเป๋าสะพาย 

โดยเจ้าหน้าที่บีทีเอส เห็นพฤติกรรมคนร้ายอาศัยในช่วงชุลมุนก่อเหตุ จึงประสานมายัง สตม. จากนั้น สตม.ได้เพิกถอนวีซ่า และควบคุมตัวไว้ที่ห้องกัก สตม.เพื่อรอผลักดันส่งกลับประเทศ นอกจากนั้น ยังพบว่า นายโอมาร์ เคยก่อเหตุล้วงกระเป๋านายเควิน สัญชาติอเมริกัน ผู้เสียหาย ที่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ จากภาพจากกล้องวงจรปิด cctv เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561

ส่วนนายโมฮาเมด ผู้ต้องหารายที่ 2 ซึ่งอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย สตม.จับกุมได้ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่อาคารพนาสินเพลส ย่านรามคำแหง โดยเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ซึ่งการให้อยู่ในประเทศไทย สิ้นสุดลงแล้ว 

จากการตรวจสอบพบว่า เคยก่อเหตุล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวยุโรปเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ราชดำริ แต่ผู้เสียหายไม่ถูกดำเนินคดีเพราะได้ทรัพย์สินคืน สตม. ได้ประสานงานฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม เพื่อติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมเครือข่ายล้วงกระเป๋า เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป 

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังได้กำชับบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ว่าด้วยการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวภายใน 24 ชั่วโมง กรณีที่เจ้าบ้าน เคหะสถาน หรือโรงแรมที่รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา98 กรณีดังกล่าว สตม.ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเจ้าของที่พัก 2 ราย รายละ 800 บาท และแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
Read more ...

สภ.ธัญบุรี รวบ 2 ผัวเมียแก๊งล้วงกระเป๋าเวียดนาม ก่อเหตุในเมืองหิมะ สวนสนุกดัง

16/4/62
เมื่อ 15 เม.ย.62 เวลา 16.00 น.

พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 62 เวลาประมาณ 12.00 น. ได้มีผู้เสียหายมาแจ้งความที่ สภ.ธัญบุรีว่าถูกคนร้ายล้วงกระเป๋าและได้สูญเสียทรัพย์สินไปขณะเล่นอยู่ใน

เมืองหิมะของสวนสนุกหนึ่งใน ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 

จึงได้ให้ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชายกับผู้หญิงใช้อาศัยความชุลมุนที่คนเยอะๆ ก่อเหตุล้องกระเป๋าผู้เสียหายซึ่งผู้ชายจะสวมเสื้อคลุมสีชมพู สวมหมวกสีน้ำตาล และผู้หญิงจะสวมเสื้อสีฟ้า และสวมหมวกสีขาว เมื่อฝ่ายหญิงก่อเหตุล้วงกระเป๋าของผู้เสียหายและก็จะโยนกระเป๋าเอาไว้บริเวณใกล้จุดผู้เสียหายยืนอยู่
ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ ทราบชื่อ


1. นายพาน วาน ลอง (PHAN VAN LONG) อายุ 60 ปี สัญชาติเวียดนาม

2. นางเหงียน ถี่ เฮียน (NGUYEN THI HIEN) อายุ 55 ปี สัญชาติเวียดนาม

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปค้นที่ห้องพักโรงแรมโฟร์ซันเพลส. ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พบของกลาง

1.ธนบัตรไทย ฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 8 ฉบับ
2.ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ ฉบับละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 4 ฉบับ
3.เงินสด จำนวน 1,120 บาท 
4.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ IPHONE สีทอง จำนวน 1 เครื่อง
5.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO จำนวน 1 เครื่อง
6.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Masstel สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
7.บุหรี่ยี่ห้อ THANG LONG จำนวน 5 ซอง

จึงได้ควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.ธัญบุรี โดยแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์

ซึ่งพ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี ยังกล่าวว่าอีกว่าจากการตรวจสอบประวัติแล้วผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเคยมาก่อคดีล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกด้วยซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะมีเพื่อนร่วมกระบวนการมากว่านี้และมักอาศัยที่คนเยอะ ๆ ก่อเหตุล้วงกระเป๋าและกรีดกระเป๋าด้วยซึ่งเมื่อประชาชนที่เคยถูกล้วงกระเป๋าหรือกรีดกระเป๋าก็มาดูตัวผู้ต้องหาได้ที่ สภ.ธัญบุรี
Read more ...

รวบหนุ่มวิศวะ แอดมินกลุ่มไลน์ลับแพร่คลิปอนาจารหญิงสาว

18/3/62
โดย PPTV Online

เผยแพร่ 26 ก.พ. 2562 เวลา 07:19 น.

ตำรวจจับกุมหนุ่มวิศวะ แอดมินกลุ่มไลน์ลับที่นำคลิปของหญิงสาวมาเผยแพร่ พร้อมเรียกเก็บค่าสมาชิก และยังพบว่าคลิปบางส่วนมาจากการล่อลวงหญิงสาวมากระทำอนาจารแล้วแอบถ่ายคลิปไว้

พล.ต.อ. รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.ท .สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร. เปิดเผยผลการจับกุม

นายวรัญญู เหล่าเลิศ อายุ 30 ปี หนุ่มวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ผู้ต้องหาเป็นแอดมิน กรุ๊ปลับ line-VK นำคลิปแอบถ่าย คลิปโป๊เด็กและคลิปหญิงสาวต่างๆ มาเผยแพร่ในกลุ่มลับที่เสียค่าสมัครสมาชิก ซึ่งเป็นภัยต่อสังคม โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็ก สุภาพสตรี โดยในกลุ่ม VK มีผู้ติดตามนับหมื่นคน

สำหรับพฤติกรรม นายวรัญญู ได้ทำการคือ ล่อลวงมีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนหญิง และนักศึกษา จำนวนหลาย 10 คน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะแอบถ่ายคลิปอนาจาร และนำคลิปไปขายในสื่อออนไลน์ในกลุ่มสาธารณะเว็บไซต์ vkหนึ่ง ซึ่งจะมีแอดมิน กลุ่มคอยโพสต์ภาพ และคลิปโป๊เป็นคลิปหลุดตัวอย่างชักชวนให้ผู้ที่สนใจร่วมสมัครเป็นสมาชิก เข้าร่วมกลุ่ม Line ลับ โดยเก็บเงินค่าสมาชิกกลุ่มคนละ 300 และ 500 บาท ที่โพสต์ภาพ และคลิปหลุดเต็ม

จากการตรวจสอบพบว่านายวรัญญู ได้สร้างกลุ่มบนเว็บไซต์ vk และ line นี้ขึ้น ตั้งแต่เดือนก.ค. 2561 และมีผู้ติดตาม VK นับหมื่นคน และมีสมาชิกที่จ่ายเงินเข้าร่วมกลุ่มไลน์ลับมากกว่า 700 คน มีรายได้มากกว่า 3 แสนบาท และคลิปบางคลิปนั้นถูกนำมาจากอินเตอร์เน็ต บางส่วนถูกซื้อจากบุคคลอื่นผ่านอินเตอร์เน็ต จากการค้นบ้านพักผู้ต้องหา พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้กระทำความผิดถึง18รายการ และกำลังทำการตรวจสอบว่า ผู้ต้องหาได้ล่อลวงหญิงรายใดมาเผยแพร่คลิปลับด้วยหรือไม่

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา นายวรัญญู ในข้อหา”เพื่อประสงค์แห่งการค้าแจกจ่ายหรือเผยแพร่โดยวิธีใด ๆ ซึ่งสื่อลามก และสื่อลามกอนาจารเด็ก”ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ถึง 10 ปี ปรับไม่เกิน 60,000-200,000 บาท

Read more ...

ปฎิบัติการ Operation ครั้งที่ 28 ลุยนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใน กทม/ปริมณฑล

9/2/62


  

เมื่อวันศุกร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อม ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยวและ ชุด ศปอส.ตร.

นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นตามหมายค้นแหล่งนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใน กทม.โดยเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 195 หมู่บ้านพนาสนธ์ ถนนนิมิตรใหม่ แขวง/เขตมีนบุรี กทม. และปริมณฑล จำนวน 30 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลาง จำนวนมาก

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าผลการ Operation ครั้งที่ 28 กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, เพชรบุรี จากการตรวจค้นจับกุมกลุ่มนายทุน นางสาวกรรณิการ์ ฉลองจันทร์ กับพวกความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั่งยี่และร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด”

นอกจากนี้ตรวจค้นตามหมายค้นอีก 30 จุด ผู้ต้องหาตามหมายจับ 28 หมายจับ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 14 ราย

ตรวจยึด/อายัดทรัพย์ 24 จุด ค้นเอกสารที่เกี่ยวข้อง 6 จุด รวมมูลค่าทรัพย์สินรวม 205,500,000 บาท

​1. รถจักรยานยนต์ ​​​20 ​คัน ​​ราคา​15,000,000 ​บาท

​2. รถยนต์ ​​​​15 ​คัน​​ราคา​25,000,000 ​บาท

​3. บ้านและอาคารพานิชย์​15 ​หลัง​​ราคา​150,000,000​บาท ​

4. อาวุธปืน​​​​2​กระบอก​ราคา​100,000​​บาท ​

5. โทรศัพท์มือถือ​​​40​เครื่อง​ราคา​200,000​​บาท

​6. สำเนาโฉนดที่ดิน​​​14 ​ฉบับ​​ราคา​15,000,000​บาท

​7. สร้อยคอ,ทองรูปพรรณ​​​​​ราคา​200,000​​บาท​

​8. สมุดบัญชีธนาคาร​​50​เล่ม​

​9. ตู้นิรภัย​​​​​2​หลัง​​ ​

10. เอกสารบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้รายวัน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้อะไรก็ตามถ้าเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราต้องทำก่อน คือวันนี้การทำงานของตำรวจคิดอย่างเดียวว่าปัญหาอะไรที่ประชาชนเดือดร้อน อะไรคือสิ่งที่ประชาชนต้องการพึ่งพา และเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญประชาชนทุกท่านเป็นศูนย์กลาง ในการแจ้งเหตุการณ์ต่างๆ ให้ความไว้วางใจเชื่อมั่นศรัทธา ในการทำงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทุ่มเทตั้งใจมุ่งมั่น เมื่อไหร่ที่ตำรวจทำงาน ประชาชนมองเห็นและรู้ทันทีว่าตำรวจบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม เป็นที่รักของประชาชน
Read more ...

จับหนุ่มรัฐวิสาหกิจ เปิดร้านเกม ล่วงละเมิดด.ช. ถ่ายคลิปส่ง ดาร์กเว็บ

8/2/62
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 - 20:33 น.

จับหนุ่มรัฐวิสาหกิจ เปิดร้านเกม ล่วงละเมิดด.ช. ถ่ายคลิปส่ง ดาร์กเว็บ

ล่วงละเมิดด.ช. / เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงจับกุมพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC) ได้รับแจ้งจากองค์กรตำรวจสากล เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2561 ว่าพบเบาะแสการกระทำความผิดเป็นรูปภาพและคลิปวิดีโอ ชายวัยกลางคนกำลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย ปรากฎในดาร์กเว็บ (Dark Web)

ชุดปฏิบัติการ TICAC จึงสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด จนทราบว่าผู้กระทำผิดคือ

นายอุบล (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย 

เมื่อเปรียบเทียบใบหน้ากับภาพเบาะแสแล้ว เป็นบุคคลเดียวกัน

โดยนายอุบล เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในพื้นที่ มีนิสัยเป็นชายรักชาย มีความรู้ความชำนาญระบบคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าสู่ดาร์กเว็บ (Dark Web) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่อำพรางการเข้าถึง ที่ใช้ในทางผิดกฎหมาย มีวิธีการใช้งานที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดี

นายอุบลเปิดร้านเกมที่บ้านมาแล้วประมาณ 8-9 ปี มีลูกค้าเป็นเด็กและวัยรุ่นชายในพื้นที่จำนวนมาก แวะเวียนมาใช้บริการ โดยนายอุบลใช้ร้านเกมเป็นสถานที่ล่อลวงเด็กชายมาล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ชุดปฏิบัติการ TICAC ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา

ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ พบหลักฐาน รูปภาพและคลิปการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยที่ผู้ต้องหาเป็นผู้ถ่ายเก็บไว้เอง และนำไปเก็บไว้ใน Dark Web และเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ชุดปฏิบัติการ TICAC เข้าตรวจค้นร้านเกมเป้าหมาย พบหลักฐานที่ปรากฏในคลิปล่วงละเมิดเด็ก จึงได้รวบรวมไว้

เบื้องต้นตั้งข้อหา

" มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครอง เพื่อแสวงประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย" มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการสอบสวนขยายผล พบ ผู้เสียหายเป็นเด็กชายจำนวนมากที่เข้ามาใช้บริการในร้านเกมของนายอุบล แล้วถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ต่อมาในวันที่ 7 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับและจับกุมนายอุบล เบื้องต้นแจ้งข้อหา

“กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000-400,000 บาท เพิ่มเติม

ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ และดำเนินคดีเพิ่มเติมกับผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
Read more ...