ตำรวจ ปคบ.จับร้านแกะดอกยางรถยนต์ สร้างอันตรายบนท้องถนน

15/2/61
    

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 61

พ.ต.ต.สมพงษ์ บุตรรัตน์ สารวัตรกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมกำลังตำรวจ บก.ปคบ. ได้ร่วมกันตรวจค้น

ร้านแกะดอกยางรถยนต์ไม่มีชื่อเลขที่ 22/38 ม.5 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ริมถนนธัญบุรี-วังน้อย 

และจับกุม

1. นายวีรพล เพ็งศรีโคตร อายุ 28 ปี 

2. นางดารุณี เมรีศรี อายุ 44 ปี 

พร้อมตรวจยึด

- ยางรถยนต์ที่อยู่ภายในร้าน
- แผ่นวัน เดือน ปี ที่ผลิตยางรถยนต์
- อุปกรณ์การแกะดอกยางรถยนต์

ดำเนินคดีข้อหา

ร่วมกันประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (เกี่ยวกับยานยนต์) โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และประกาศกระทรวง สธ.เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558

นำตัวส่ง พงส.สภ.คลองห้า ดำเนินคดี

สอบสวนนายวีรพล ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างแกะดอกยางรถยนต์และเปลี่ยน วัน เดือน ปี ที่ผลิตยางรถยนต์จากยางเก่าให้เป็นยางใหม่ โดยได้ค่าจ้างเส้นละ 100 บาท ทำมา 10 ปีแล้ว ไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย
และนายวีรพลยังสาธิตการแกะดอกยางรถยนต์ให้ดู โดยบอกว่าเมื่อมีคนนำยางรถยนต์มาให้แล้วหากดอกยางหมดก็จะใช้เครื่องแกะดอกยางให้ใหม่เพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้
ส่วนวันเดือนปีที่ผลิตยางรถยนต์นั้นก็จะใช้คัตเตอร์ค่อยๆ แกะออกและใช้ยางดิบที่พิมพ์วันเดือนปีที่ผลิตยางรถยนต์ใหม่แล้วไปสวมกับยางรถยนต์เก่า
จากนั้นทางเจ้าของยางก็จะมาเอาไปขายต่อเป็นยางเปอร์เซ็นต์ต่อไป

ตำรวจ ปคบ. ให้รายละเอียดว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนทางภาคอีสานว่า ยางรถยนต์ซึ่งเป็นยางเปอร์เซ็นต์ที่ซื้อมาใช้นั้นมีคุณภาพต่ำ แต่พอดูวันเดือนปีที่ผลิตแล้วก็ยังเป็นของใหม่อยู่ ไม่น่าจะระเบิดหรือเสื่อมคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว จึงออกหาข่าวจนทราบว่าที่ร้านนี้เป็นสถานที่แกะดอกยางรถยนต์และปั๊มวันเดือนปีที่ผลิตยางรถยนต์ใหม่ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว ส่วนผู้ต้องหารายนี้เป็นที่รู้จักของผู้ค้าที่ขายยางเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นคนที่มีฝีมือดีคนหนึ่งในประเทศไทยเพราะแกะดอกยางรถยนต์สวย  รถยนต์ที่ใช้ยางเปอร์เซ็นต์ประเภทนี้จะเป็นรถกระบะที่บรรทุกหนัก และรถตู้โดยสารนั่งสาธารณะเพราะมีราคาถูกว่ายางตามศูนย์บริการขายยางรถยนต์

ตำรวจ ปคบ.อยากฝากบอกถึงประชาชนว่าการที่จะซื้อยางเปอร์เซ็นต์มาใช้นั้นต้องตรวจดูให้ดีก่อนว่าเป็นยางเก่านำมาแกะดอกยางใหม่หรือไม่ และก็ซื้อกับคนที่เราไว้ใจ
นอกจากนี้ ยางประเภทนี้จะขายพร้อมกับล้อแม็กรถยนต์ที่ขายอยู่ตามข้างทาง

หากประชาชนสงสัยว่ายางเปอร์เซ็นต์ที่ตนเองซื้อนั้นเป็นยางรถยนต์ที่ถูกแกะดอกหรือไม่ ให้โทรศัพท์สายด่วน บก.ปคบ.1135
Read more ...

ทำร้ายตำรวจพัทยา แค้นจับกุมยาเสพติด

2/5/60
เมื่อ 28 เม.ย.60 เวลา 03.00 น.

ส.ต.ต. ณัฐวุฒิ ขรัวทองเขียว ผบ.หมู่ (ป.) สภ. เมืองพัทยา

ได้ไปเที่ยวที่ DNA กับแฟนสาว 2 คน

ระหว่างที่เที่ยวในนั้นได้มีวัยรุ่นเดินมาสอบถามว่าพี่ใช่มั้ยที่จับเพื่อนผมแล้วก็เดินออกไป

ทาง ส.ต.ต.ณัฐวุฒิฯ ก็ไม่ได้สนใจ

กระทั่งเวลา 05.00 น. ส.ต.ต.ณัฐวุฒิฯ จึงได้ออกจาก DNA เพื่อที่จะเดินทางกลับบ้านพร้อมแฟนสาวในระหว่างที่นั่งค่อมรถจักรยานยนต์นั้นได้มีวัยรุ่นจำนวน 4 คนได้ก่อเหตุลงมือทำร้ายร่างกาย ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ (ตามคลิป) หลังก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุม

นายจักรพันธ์ หรือเก่ง มโนถิรกุล 

ได้ที่เกิดเหตุ ส่วน

นายณัฐพงษ์ หรือต้น นามสุนทร พร้อมพวก 

ได้แยกย้ายกันหลบหนีไป

หลังตรวจสอบรูปตามในคลิปกลุ่มที่ก่อเหตุเป็นคนเดียวกันที่เคยถูก ส.ต.ต.ณัฐวุฒิฯ จับกุมยาเค เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 เวลา 03.00-05.00 น.

ว.20 ได้ที่จุด ว.43

สาเหตุการก่อเหตุ

คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุโกรธเคือง ส.ต.ต. ณัฐวุฒิฯ ที่ทำการจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุในวันนั้น
Read more ...

ข่มขู่รีดเงินสาว รวบ”ร.ต.ท.”เก๊ เคยเป็นสายตำรวจ เชื่อมีเหยื่อเพียบ

29/12/59
ข่มขู่รีดเงินสาว รวบ”รตท.”เก๊ เคยเป็นสายตร. เชื่อมีเหยื่อเพียบ
 https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_163755
Read more ...

ภ.5 ทลายโอเกะค้ากาม หมายจับคนตระกูลดังเชียงใหม่

24/9/59
เมื่อ 24 กันยายน 2559

รอง ผบช.ภ.5 แถลงผลงานตัดวงจรค้ามนุษย์ บุกสถานบริการบังหน้าเบื้องหลังค้ากามย่านช้างคลาน เมืองเชียงใหม่ ได้ผู้ต้องหา 6 ราย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้านบาท พร้อมออกหมายจับคนในตระกูลดัง "รุ่งธนเกียรติ" ผู้อยู่เบื้องหลัง

พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 5 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-23 กันยายน จับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้ 26 คดี ผู้ต้องหา 30 คน และมีผู้เสียหาย 47 ราย
แบ่งเป็นพื้นที่

เชียงใหม่ 18 คดี 
เชียงราย 6 คดี พะเยา และ
แพร่ จังหวัดละ 1 คดี

พล.ต.ต.ทรงธรรม กล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้จับกุม

นายสืบพงศ์ เหนะ พร้อมกับพวกอีก 5 คน 

ผู้ร่วมดูแล

ร้านคาราโอเกะหลายแห่งย่านถนนช้างคลาน ถนนเจริญเมือง และถนนศรีดอนไชย กลางเมืองเชียงใหม่ 

ที่เปิดร้านคาราโอเกะบังหน้า เบื้องหลังค้ากามเด็กหญิงที่ล่อลวงมาจากผู้ปกครอง พร้อมกันนี้ได้ทำการยึดอายัดบ้าน ที่ดิน ตลอดจนทรัพย์สินมีค่าทั้ง สมุดบัญชีธนาคาร โฉนดที่ดิน รถยนต์ ของเครือข่ายดังกล่าวได้ รวมมูลค่านับ 100 ล้านบาท

โดยร้านคาราโอเกะเหล่านี้มีพฤติกรรมแอบแฝงค้าบริการทางเพศเด็กมานานแล้ว โดยให้เด็กมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ เมื่อลูกค้าถูกใจก็จะออฟเด็กไปร่วมหลับนอน คิดค่าบริการครั้งละ 3,000-5,000 บาท แต่ละคืนก็จะมีเด็กสาวหน้าตาดีมานั่งล่อลูกค้าบริเวณหน้าร้านเพื่อดึงดูดเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ขอศาลออกหมายจับ

นายบุญยสิทธิ์ รุ่งธนเกียรติ นายทุน และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังรวม 3 หมายจับ และพวกอีก 2 คน ที่ควบคุมดูแลเด็กสาวให้ขายบริการทางเพศ ซึ่งทั้งสามยังอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันสนองความใคร่ของผู้อื่น คดีนี้มีผู้เสียหายที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 7 ราย

ส่วนอีกคดี เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจ

ร้านบางแสน 1 ถนนเจริญราษฎร์ ต.วัดเกต อ.เมืองเชียงใหม่ 

พบเปิดบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่มีใบอนุญาตประกอบการ นอกจากนี้ยังพบป้ายโฆษณาเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งแปลได้ว่า พนักงานโคโยตี้ของร้านสามารถออกไปกับลูกค้าได้โดยให้สอบถามกับพนักงานโคโยตี้ และสามารถเช่าห้องวีไอพีส่วนตัวได้จนถึงเวลา 03.00 น. ในราคา 500 บาท

จากการตรวจสอบพนักงานของทางร้าน พบว่า เป็นผู้เสียหายจาการค้ามนุษย์จำนวน 10 คน โดยมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 2 คน 

จากการสอบถามผู้เสียหายเบื้องต้นทราบว่า ต้องทำยอดค่าบริการนั่งดื่ม หรือค่าดริ้งก์ ให้ได้ตามเป้าที่ร้านกำหนด หากไม่ถึงเป้าก็จะถูกมาม่าของร้านบังคับให้ออกไปกับลูกค้าเพื่อขายบริการทางเพศ จึงได้จับกุมเจ้าของสถานบริการ และผู้ดูแลพนักงานในร้านอีก 2 คน จากการสอบสวนทราบว่า ร้านบางแสนมีอยู่ 2 สาขา จึงได้สั่งปิดบริการทั้ง 2 แห่ง โดยไม่มีกำหนด
Read more ...

รวบต่างชาติแก๊งโรแมนซ์สแกม

5/6/59

เมื่อ 5 มิ.ย.59

กรณีชาวต่างชาติที่แชทหลอกสาวไทยให้โอนเงิน หรือ แก๊งโรแมนซ์ สแกม ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีหญิงไทยสูญเงินไปเกือบ 1 ล้านบาท แต่สุดท้ายตำรวจตามจับได้ในห้องเช่า จังหวัดสมุทรสาคร

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บุกเข้าจับกุม

นายแอโร ชัควูดี้ สัญชาติไนจีเรีย 

ขณะหลบในห้องเช่า อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

โดยพฤติการณ์ของนายแอโร ซึ่งร่วมกับ นายแพทริค แบนด้า จะหลอกลวงหญิงไทยโดยเปิดเฟซบุ๊กแอบอ้างเป็นนายพลกองทัพอเมริกัน เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ และส่งข้อความตีสนิทกับหญิงไทยก่อนเอ่ยปากขอแต่งงาน

โดยล่าสุด มีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม ระบุว่า ได้หลงพูดคุยกับผู้ต้องหารายนี้นานหลายเดือน โดยเข้าใจว่าเป็นทหารอเมริกัน และ มีการเอ่ยปากขอแต่งงาน จนกระทั่งมีบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากรโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีสิ่งของส่งมาถึงโดยให้โอนค่าธรรมเนียม และค่าภาษี เป็นเงินเกือบ 1 ล้านบาท แต่หลังจากโอนแล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้เข้าแจ้งความต่อพลตำรวจโท ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ช่วยสืบสวนแกะรอย จนจับกุมทั้ง 2 คนได้ เบื้องต้น เชื่อว่ามีคนไทยให้ความร่วมมือด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งขยายผลจับกุม
Read more ...

ผู้ต้องหาแทงวิศวะดับยอมรับฆ่าหวังชิงทรัพย์

5/6/59
เมื่อ 5 มิ.ย.2559

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุแทงวิศวกรหนุ่ม ขณะจอดรถจักรยานยนต์รอรับภรรยาที่ย่านลาดพร้าวเสียชีวิต ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยอมรับก่อเหตุเพื่อหวังชิงทรัพย์

ตำรวจคุมตัว

นายวรัญญู ชูมณี อายุ 19 ปี 

ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ย่านลาดพร้าว ในคดีใช้อาวุธมีดแทงนายนเรศ หวังทางมี อายุ 33 ปี วิศวกรบริษัทเอกชน จนเสียชีวิตขณะมารอรับภรรยาที่หน้าปากซอยลาดพร้าว 23 เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

นายวรัญญู ยอมรับว่า ก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้นั่งรถประจำทางมาลงที่ปากซอยลาดพร้าว 9 กระทั่งมาพบผู้ตายจอดรถจักรยานยนต์ จึงได้ใช้อาวุธมีดแทงเพื่อจะนำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขี่ไปหาหมอ แต่ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือจึงต้องทิ้งรถ และวิ่งหลบหนีไป แต่สุดท้ายถูกตำรวจตามจับกุมได้ขณะหลบหนีไปอยู่ในป่าเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เบื้องต้น ถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น เพื่อความสะดวกในการกระทำผิดทางอื่น ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
Read more ...

รวบแก๊งอ้างเป็นที่ปรึกษา “บิ๊กป้อม” ขอพบอธิบดีกรมสรรพากร ให้อนุมัติงานติดเครื่องสำรองไฟ

2/6/59
เมื่อ 2 มิ.ย.2559

ตร.รวบ3ผู้ต้องหาแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาพล.อ­.ประวิตร ข่มขู่ให้อธิบดีกรมสรรพากรเร่งอนุมัติโครง­การจัดซื้อและติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าอัต­โนมัติงบประมาณกว่า23ล้านบาท

วันนี้(2 มิ.ย.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

นายวรกร สมานญาติ อายุ 67 ปี ,

นายวิรัติ ศักดิ์จิรพาพงษ์ อายุ 64 ปี

นายเกรียงไกร โชติกุล อายุ 32 ปี 

ถูกตำรวจสน.บางซื่อจับกุมตัวได้ หลังมีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงก­ลาโหม(รมว.กห.) โดยได้ข่มขู่ กดดันให้อธิบดีกรมสรรพากร ให้เร่งอนุมัติโครงการจัดซื้อและติดตั้งเค­รื่องสำรองไฟฟ้าอัตโนมัติ (UPS) จำนวน 2 ชุด เพื่อใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์หลักของก­รมสรรพากรประจำปีงบประมาณ2557 ที่บริษัทไซท์เพรพพาเรชั่น แมนเนจเมนท์ จำกัด ประมูลได้ในราคากว่า 23 ล้านบาท แต่ก่อนที่จะมีการส่งมอบงานพบว่าอุปกรณ์ที­่นำมาติดตั้งไม่ตรงกับสัญญาที่ได้ตกลงไว้ จึงไม่สามารถตรวจรับงานได้

โดยนายวิรัติ 1ในผู้ต้องหาได้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ­บริษัทไซท์เพรพพาเรชั่น พยายามติดต่อมายังหน้าห้องของอธิบดีสรรพาก­ร อ้างว่าเป็นที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตรขอเข้าพบ­อธิบดีกรมสรรพากร เพื่อทวงถามความคืบหน้าของโครงการและเร่งร­ัดให้อนุมัติ 

ทางอธิบดีกรมสรรพากรผิดสังเกตุจึงได้ตรวจส­อบไปยังสำนักงานของพล.อ.ประวิตรพบว่าบุคคล­ทั้ง3ไม่ได้เป็นทีมที่ปรึกษาของพล.อ.ประวิ­ตรแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การกระทำของบุคคลทั้ง3เข้าข่าย ฐานความผิด

ร่วมกันพยายามฉ้อโกงโดยแสดงตนเป­็นบุคคลอื่น 

จึงได้แจ้งความให้ตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินค­ดี ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง3 ให้การปฏิเสธในบางส่วนและยอมรับในบางส่วน
Read more ...