นักต้มตุ๋นโคตรแสบ หลอกป่วย ให้ตร.พาไปรพ. เผลอปุ๊บ สะเดาะกุญแจมือหนีลอยนวล

30/12/68

วันที่ 31 มีนาคม 2564

ผู้ต้องหาแสบออกอุบายป่วยให้ตำรวจพาไปรักษาที่รพ.พยาบาลเผลอกสะเดาะกุญแจมือหลบหนีลอยนวล

นครราชสีมา-วันนี้ (31 มีนาคม 2564) เวลา 13.30 น. ได้เกิดเหตุ

นายชนกันต์ ดาวสันเทียะ อายุ 39 ปี อยู่ชาว หมู่ที่ 5 ต.โนนไทย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา

ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง แอบอ้าง หลอกลวง ต้มตุ๋น ซึ่งถูกตำรวจ สภ.ครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา จับกุมได้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 หลังนายชนกันต์ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หลอกเอาเงินจาก

นางสง่า รังปัญญา อายุ 56 ปี เป็นผู้ป่วยโรคไต

ที่เพจนางฟ้าซาลอนให้การช่วยเหลืออยู่ สูญเงินไปทั้งหมด 8 หมื่นกว่าบาท ซึ่งหลอกให้เบิกเงินในบัญชีธนาคารมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเสียเงินไป 5 หมื่น , ครั้งที่2 หลอกไป 2หมื่น และครั้งที่ 3 หลอกอีก 1 หมื่น 8 พันบาท และจากการสอบประวัติของเจ้าหน้าที่พบว่านายชนกันต์ ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ต่างๆเช่น อ้างตัวเป็นผู้พิพากษาศาลเยาวชน แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา สามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีต่างๆได้ แล้วหลอกเอาเงินเหยื่อหลายราย รวมถึงแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะอาสาไปช่วยเหลือผู้ป่วยและหลอกลวงต้มตุ๋น

มีเหยื่อหลงเชื่อและจากการตรวจสอบประวัติพบก่อคดีมาหลายครั้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ท้องที่อำเภอโนนไทย ปักธงชัย ครบุรี และเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกมาแล้วจนพ้นโทษออก ล่าสุดได้ก่อเหตุ อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปหลอกเอาเงินผู้ป่วย ที่เพจนางฟ้าซาลอนและเพจครบุรีที่รัก ให้การช่วยเหลืออยู่ จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ครบุรีติดตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 และนำตัวไปดำเนินคดีโดยขณะที่ตำรวจนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สภ.ครบุรี และอยู่ระหว่างสอบสวน.
Read more ...

ตร.ภาค 2 เด็ดปีก "มังกรเทาดำ" เครือข่ายแก๊งคอลฯ ยึดคฤหาสน์หรู 152 ล้าน

12/12/67






ตร.ภาค 2 เด็ดปีก "มังกรเทาดำ" เครือข่ายแก๊งคอลฯ ยึดคฤหาสน์หรู 152 ล้าน

เผยแพร่: 13 ธ.ค. 2567 10:16   ปรับปรุง: 13 ธ.ค. 2567 10:19   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

ตำรวจภูธรภาค 2 เปิดปฏิบัติการเด็ดปีก “มังกรเทาดำ” ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จับเพิ่ม 4 สมาชิกแก๊ง รับบทนอมินีเปิดบริษัทฟอกเงิน ยึดทรัพย์คฤหาสน์ รถหรู 152 ล้านบาท

วันนี้ (13 ธ.ค.) ที่ตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รรท.ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 (ผบก.สส.ภ.2) แถลงผลการทลายเครือข่ายมังกรเทาดำ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เหิมเกริมเปิดออฟฟิศในทาวน์เฮ้าส์แห่งหนึ่ง ใน อ.ศรีราชา จว.ชลบุรี ซึ่งจับกุมได้ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 โดยล่าสุดกองบังคับการสืบสวนสวนตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายฟอกเงินเพิ่มเติม 5 ราย เป็นชาวไทย 3 ราย ชาวจีน 2 ราย ยึดทรัพย์รวมมูลค่า 152 ล้านบาท

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เปิดเผยว่าตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รรท.จตช. ให้ความสำคัญในการสืบสวนขยายผลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดังนั้นหลังจากทลายจับกุมแก๊งมังกรเทาดำ ที่ลอบตั้งฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใน จว.ชลบุรี ได้แล้ว จึงขยายผลยึดทรัพย์ต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รวบรวมหลักฐานออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำผิด 3 กลุ่ม คือ 


1.กลุ่มพนักงานออฟฟิศ จำนวน 11 คน 

2.กลุ่มบัญชีม้า

(รวมจัดหาบัญชี,ยิงแอดโฆษณา) จำนวน 15 คน และ 

3.กลุ่มบอส หรือระดับสั่งการ และเครือข่ายฟอกเงิน จำนวน 9 คน 

รวมออกหมายจับทั้งหมด 35 คน 

จับกุมได้แล้ว 21 คน 

อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 14 คน 

ซึ่งบางส่วนหลบหนีออกนอกประเทศ 

อยู่ในกระบวนการติดตามจับกุม


จากการสืบสวนสอบสวนเครือข่ายนี้แปลงเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลคริปโทเคอเรนซี (Cryptocurrency) จากนั้นจะโอนต่อไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลนิรนามต่าง ๆ และยังพบว่าตัวการระดับสั่งการ ซึ่งเป็นชาวจีนนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนบางส่วนมาใช้ในประเทศไทย โดยใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ซื้อบ้านหรู รถยนต์ ทรัพย์สินต่าง ๆ รวมถึงประกอบกิจการในนามบริษัทนอมินี โดยใช้บริษัทนอมินีที่เปิดขึ้นมาซื้อ และถือครองทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง. ) ตรวจสอบ นำไปสู่การติดตามจับกุม และตรวจสอบยึดทรัพย์สิน ดำเนินการตามกฎหมาย” รรท. ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2567 ได้ติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์มังกรเทาดำ เพิ่มเติม 5 ราย เป็นชาวไทย 3 ราย คนจีน 2 ราย และตรวจยึดทรัพย์สินที่สำคัญดังนี้

1. บ้านหรู เนื้อที่ 3 งาน 12.5 ตรว. ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มูลค่า 65 ล้านบาท

2. บ้านหรู เนื้อที่ 3 งาน 6.2 ตรว. ม.10 ต.หนองหรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มูลค่า 75 ล้านบาท

3. รถยนต์ LEXUS สีขาว มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท

4. รถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ สีขาว มูลค่า 3.5 ล้านบาท

5. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า 2 สีดำ มูลค่า 4 แสนบาท

และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมทั้งหมดมูลค่ากว่า 152 ล้านบาท

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวย้ำว่า ได้เร่งรัดขยายผลติดตามจับกุมดำเนินคดีกับเครือข่ายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป และขอให้คนไทยที่คิดจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เช่น รับจ้างเปิดบัญชีเป็นธุระจัดหาซิมผีบัญชีม้า รวมถึงการเข้าไปร่วมทำธุรกิจหรือถือครองทรัพย์สินซึ่งอาจเข้าข่ายนอมินี จะมีความผิดตามกฎหมาย นอกจากความผิดเรื่องคอลเซ็นเตอร์แล้วยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 และพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ.2542 ด้วย

ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูล เบาะแส ชาวต่างชาติ หรือคนไทยต้องสงสัยเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ตำรวจภูธรภาค 2

Read more ...

ชุดปฏิบัติการ TICAC จับหนุ่มวัย 20 ปี ล่อลวงข่มขู่ทางเพศเด็กหญิงวัย 13 ปี ผ่านเฟซบุ๊ค

14/6/63
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 12 มิ.ย.63 เวลา 06.00 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต หรือ TICAC 
ภายใต้การอำนวยการ ของ พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ รอง ผบก.ปคม./หัวหน้าชุดปฏิบัติการส่วนกลาง 
ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.อ.สุนทร อรุณนารา รอง ผบก.ฯ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ TICAC ทีม 1
พ.ต.ท.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ รอง ผกก.ป.สน.บางยี่เรือ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ TICAC ได้ร่วมกันจับกุม

นายอนุกูล หรือตูน (ปกปิดนามสกุล) อายุ 20 ปี ที่อยู่  ม.5 ต.ชำแระ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 

ดำเนินคดีข้อหา

- ชักจูงยุยงส่งเสริมให้เด็กกระทำการอันมีลักษณะลามก
- ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กฯ

พร้อมของกลาง  โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งความจากเด็กหญิงผู้เสียหาย อายุ 13 ปี จำนวน 2 คน ชาว จ.ราชบุรี และกาญจนบุรีตามลำดับ ว่า ถูกชายในเฟซบุ๊คชื่อ "สายเงี่ยน" และ "เงี่ยนจังอยากดูหี" และชื่ออื่น ๆ อีกหลายชื่อ  ซึ่งเข้าใจว่าเป็นคนเดียวกัน แชตข่มขู่จะนำคลิปเปลือยที่เคยถูกชายดังกล่าวชักชวนช่วยตัวเองผ่านเว็บแคม แล้วแอบบันทึกไว้ จะนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊คเพื่อน พ่อแม่และคนรอบตัว เพื่อประจานให้เกิดความอับอาย และถูกพ่อแม่ลงโทษ ทำให้เด็กเกรงกลัว  เพื่อบังคับให้เด็กจำยอมช่วยตัวเองผ่านเว็บแคม และล่วงละเมิดทางเพศตามที่ชายดังกล่าวข่มขู่สั่งให้ทำ
เด็กทั้งสองคนจึงขอความช่วยเหลือกับ จนท.ตร.ผ่านเพจเฟซบุ๊ค TICAC

จากการสืบสวน จนท.ตร.ชป.TICAC ทราบว่านายอนุกูลฯ คือผู้ก่อเหตุ จึงนำหมายค้นศาลจังหวัดราชบุรี เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 31 ม.5 ดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ มือถือของกลาง ที่มีสื่อลามกเด็กที่ถูกนายอนุกูลฯ แอบบันทึกไว้จำนวนมาก และพบบัญชีเฟซบุ๊ค 8 บัญชี ที่สร้างไว้เพื่อใช้แชตลวงเด็ก และมีเด็กหญิงเป็นเพื่อนหลายพันคน  จับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ดำเนินคดี

สอบสวนนายอนุกูล ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าว และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนขยายผลหาตัวผู้เสียหายรายอื่นมาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
Read more ...

จับโจรมอมยาหมอนวด

9/2/63
เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ตำรวจกองกำกับการสืบสวน จังหวัดระยอง

จับกุม

นายจรณบูรณ์ กุลให้ อายุ 46 ปี 

ข้อหา ชิงทรัพย์ผู้อื่นโดยการมอมยา

พฤติการณ์

เมื่อ 31 ม.ค.63 พื้นที่ สภ.แกลง จ.ระยองและ
เมื่อ 1 ก.พ.63 พื้นที่ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง
นายจรณบูรณ์ แสดงตัวเป็นชาวต่างชาติ เข้าไปนวดตามร้านนวดแผนโบราณในพื้นที่ จ.ระยอง
แล้วชักชวนหมอนวดดื่มสุราหรือสปายที่ใส่ยานอนหลับที่เตรียมมาด้วย
เมื่อหมอนวดหมดสติ ก็ลักทรัพย์สินของหมอนวดหลบหนีไป
มีหมอนวดตกเป็นเหยื่อจำนวนหลายคน

ตำรวจติดตามไปจับกุมได้
พบก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง
เคยถูกจับกุมติดคุกมาแล้ว
จึงจับกุมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
Read more ...

จับแล้ว! ไฮโซกำมะลอ ลวงสาวแต่งงาน อ้างนักการเมือง ก่อนปอกลอกหมดตัว

8/1/63
โดยข่าวสด เมื่อ 8 ม.ค.63

จับแล้ว! ไฮโซกำมะลอ ลวงสาวแต่งงาน อ้างนักการเมือง ก่อนปอกลอกหมดตัว

ไฮโซกำมะลอ / จากกรณีสาวผู้เสียหาย 3 รายร้องกองปราบ จี้จับ

นายภัควรรธน์ วัฒนานนท์ หรือ หนึ่ง อายุ 36 ปี 

หนุ่มแสบลวงขอแต่งงาน ก่อนหลอกลวงเอาเงินและทรัพย์สินมีค่าของผู้เสียหายไปเป็นจำนวนมาก โดยจะติดต่อขอรู้จักผ่านโปรแกรมหาคู่ของแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก

ตอนแรกอ้างตัวว่าเป็นนักธุรกิจฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัข ไฮโซ เซียนพระ ช่างภาพอิสระ มีฐานะดี ทำให้หลงเชื่อใจและคบหากันได้ประมาณ 3 เดือน จากนั้นนายภัควรรธน์ให้แม่มาสู่ขอแต่งงาน โดยบอกว่าเรื่องเงินสินสอดไม่มีปัญหา

แต่เมื่อถึงวันงานแต่งจริงได้บอกว่าไม่ได้เตรียมเงินสินสอดมา เพราะติดปัญหาบางอย่าง พร้อมกับให้ตนออกค่าใช้จ่ายไปก่อนจำนวน 3 แสนบาท อ้างว่าจะคืนให้ภายหลัง สุดท้ายนายภัควรรธน์ไม่คืนเงินให้ ระหว่างอยู่กินด้วยกัน นายภัควรรธน์ยังขอยืมเงินไปอีก 1.5 แสนบาท อ้างว่าแม่ป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมถึงยังหลอกให้ไปดาวน์รถยนต์ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ตำรวจ บก.น.8 ติดตามจับกุมตัวนายภัควรรธน์ ได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านราษฎร์บูรณะ ก่อนจะนำตัวมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีต่อที่ สน.บางรัก ทางพนักงานสอบสวนของกองปราบ จึงประสานให้ผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความกับทางตำรวจท้องที่ เพื่อให้มีการอายัดตัวดำเนินคดีเพิ่มต่อไป

Read more ...

จากเด็กหญิงเป็นแม่ของลูก 9 คน ถูกพ่อเลี้ยงลักพา-กักตัว 19 ปี

4/12/62
 



คมชัดลึก เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2562

โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

อีกหนึ่งโศกนาฎกรรมซ้ำซากของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อกามจากฝีมือของคนใกล้ตัว ผู้มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงที่มีอายุแก่กว่าถึงเกือบ 30 ปี กระทั่งมีลูกด้วยกันถึง 9 คน แต่ลูกทุกคนล้วนแล้วแต่ถูกพ่อแท้ๆจับเป็นตัวประกันขู่จะเอาชีวิตหากแม่คิดจะหลบหนี

นรกบนดินของ

โรซาลีน แมคกินนีส ชาวอเมริกันเชื้อสายไอริช

เริ่มขึ้นเมื่อแม่ของเธอแต่งงานใหม่กับ

เฮนรี พีท 

หลังจากนั้นไม่นาน เธอซึ่งขณะนั้นมีอายุแค่ 10 ปีเศษก็ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนภายในบ้านที่แวกอนเนอร์ รัฐโอกลาโฮมา ส่วนแม่ก็กลายเป็นถุงกระสอบทรายให้พ่อเลี้ยงซ้อม จนแม่ทนไม่ไหว พยายามขอหย่าทั้งๆที่แต่งงานได้ไม่ถึงปีเต็ม แต่ไม่เป็นผล แม่จึงหอบหิ้วเธอและน้องชายหนีไปอยู่กับยายที่รัฐมิสซูรี

อย่างไรก็ดี พีทก็สามารถตามหาพวกเธอจนพบ แล้วบังคับให้กลับไปอยู่ที่โอกลาโฮมาดังเดิม โดยบังคับให้อยู่ในเต๊นท์ในเมืองเล็กๆอีกเมืองหนึ่ง แต่แม่ของเธอพยายามพาลูกๆหนีอีกครั้ง ครั้งนี้หนีไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงผู้หญิงที่เมืองโปทู

แต่สัตว์ร้ายในคราบคนอย่างพ่อเลี้ยงของเธอก็ไม่ละความพยายามที่จะแก้แค้น 

ตอนที่โรซาลีน แมคกินนีส มีอายุยังไม่เต็ม 12 ปีดี ก็ถูกพีทลักพาตัวจากโรงเรียนที่เมืองโปตู รัฐโอกลาโฮมาเมื่อปลายเดือนมกราคม 2540 

เขาพาเธอไปที่ห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง จัดแจงปลอมตัวเธอด้วยการย้อมผมสีดำและให้สวมแว่น แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่

เกือบทุกวันเธอถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ ถูกล่วงละเมิดทางเพศวันละหลายรอบ ก่อนบังคับเธอให้ขึ้นรถแวนขับข้ามแดนไปเม็กซิโก ที่นี่เองที่เธอแท้งลูกคนแรกทั้งๆ ที่อายุแค่ 12 ปีเท่านั้น และพีทได้บังคับให้เธอนำตัวอ่อนไปทิ้งในชักโครก แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ท้องอีกและคลอดลูกคนแรกขณะมีอายุแค่ 15 ปี จากนั้นเธอถูกบังคับให้เข้าพิธีแต่งงานด้วย

นับแต่นั้นมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี โรซาลีน แมคกินนีส ต้องใช้ชีวิตอย่างสุดแสนลำบาก ไม่มีบ้านพักเป็นหลักแหล่ง ต้องอาศัยอยุ่ในเต๊นท์ ช่วงที่ต้องโยกย้ายที่อยู่หลายสิบครั้งไปตามประเทศต่างๆในอเมริกากลางและเม็กซิโกเพื่อหลบหนีการตามล่าของทางการ โดยใช้ชื่อปลอมหลายสิบชื่อและยังบังคับให้เธอต้องใช้ชื่อปลอมและปลอมตัวอีกด้วย

จากรายงานของสำนักอัยการสหรัฐระบุว่า ตลอดช่วงเกือบ 20 ปี พีทได้ควบคุมเหยื่อด้วยความรุนแรงเยี่ยงสัตว์และการล่วงละเมิดทางเพศเพื่อให้เธอและลูกๆหวาดกลัวจนไม่กล้าขัดขืนคำสั่งใดๆ ขณะที่แมคกินนีส เผยเพิ่มเติมว่าถูกพีททำร้ายร่างกายทั้งด้วยด้ามพานท้ายปืนไรเฟิล,ไม้เบสบอลและกระป๋องเบียร์ ล่าสุดก็ใช้กะทะสแตนเลสฟาดเธอที่ท้อง แต่เธอได้ใช้มือปกป้อง กระทั่งถูกบาดเป็นแผลลึกถึงกระดูก

”เหตุผลเดียวที่พวกลูกๆยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะฉันยังมีลมหายใจอยู่ ไม่เช่นนั้นแล้ว เขาจะฆ่าลูกทุกคน...ทุกครั้งที่เขาทำร้ายลูก ฉันต้องเข้าไปขวางไว้แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็สุดแสนจะเลวร้ายมาก ถ้าคุณคิดถึงรูปแบบการทำร้ายทุกวิธีเท่าที่คุณคิดได้ นั่นแหล่ะคือสิ่งที่เขาทำกับฉัน”

ช่วงเลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นตอนที่เธอต้องผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก เธอนอนในเต๊นท์ในชนบทที่สุดแสนกันดารที่เม็กซิโกด้วยความเจ็บปวดเนื่องจากอุปกรณ์การผ่าตัดแสนจะล้าสมัย แต่แทนที่จะได้พัก พีทกลับบังคับให้เธอลุกขึ้นทำงานต่อตามปรกติ แต่เมื่อเห็นเธอทำงานชักช้าไม่ทันใจ เขาก็ระเบิดอารมณ์รุนแรง ตรงเข้ามาทำร้ายเธอโดยไม่คิดว่าเธอเพิ่งจะผ่าตัดมาใหม่ๆ วินาทีนั้นเองเธอก็ได้คิดและตัดสินใจว่า ถ้าไม่หนีให้พ้น เธอคงจะเป็นบ้าหรือตายเสียก่อนแล้วปล่อยให้ลูกๆต้องเผชิญกับชะตากรรมกับสัตว์ร้ายผู้นี้

ในที่สุด สวรรค์ก็เริ่มมีตา ชักนำให้แมคกินนีสได้รู้จักกับ ลิซาและเอียน สองสามีภรรยาในเม็กซิโกในตอนกลางปี 2559 ลิซาเป็นชาวอเมริกัน ส่วนเอียนเป็นชาวอังกฤษ ทั้งสองคนพบเธอและลูกๆที่ผอมแห้งเหมือนหนังหุ้มกระดูก รวมทั้งพีท กำลังซื้อของใช้จำเป็นที่ร้านชายของชำร้านหนึ่งในเม็กซิโก สองสามีภรรยาคู่นั้นเริ่มได้กลิ่นว่ามีอะไรบางอย่างที่ผิดปรกติ เพราะท่าทีของพีทนั้นแสดงถึงท่าทีที่ไม่เป็นมิตรกับใครและไม่ต้องการให้ใครๆเข้ามาใกล้

แล้วโอกาสทองก็มาถึงอย่างคาดไม่ถึง เมื่อพีทมีเงินไม่พอจ่ายค่าของใช้ที่ซื้อ ลิซ่ากับเอียนได้ทีเสนอตัวเข้ามาช่วยจ่ายเงินให้ แมคกินนีสเผยว่า”พวกเขาคงสังเกตเห็นว่าอายุของฉันกับพีทต่างกันมาก แถมยังมีลูกยั้วเยี้ย พอเห็นเรามีเงินไม่พอจ่ายค่าข้าวของที่ซื้อ พวกเขาก็เลยช่วยจ่ายให้แล้วถามว่าพวกเราพักที่ไหน....”ขณะที่พีทเองซึ่งตอนนั้นใช้ชื่อปลอมว่าบิล อันเป็นหนึ่งในชื่อปลอมหลายสิบชื่อที่ใช้อยู่เกิดเผลอบอกความจริงว่ามีอายุ 62 ปีแล้ว ส่วนแม็คกินนีส ซึ่งตอนนั้นใช้ชื่อปลอมว่าสเตฟานีมีอายุแค่ 32-33 ปี

“ต่อมา เราก็ย้ายที่อยู่ แต่พวกเขาก็สืบรู้ว่าเราอยู่ท่ไหน และแสดงท่าทีให้ฉันเห็นว่าอยากจะให้ช่วยอะไรไหม พวกเขายินดีจะช่วย”

ด้านลิซา ให้สัมภาษณ์สื่อในภายหลังว่า ”พวกเขาพร้อมลูกๆ 8 คนอัดกันอยู่ในห้องเล็กๆใหญ่กว่าตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอิน นิดเดียวเท่านั้น พวกเด็กๆผอมจนเหมือนหนังหุ้มกระดูก พีทไม่ได้รักพวกเขาแม้แต่คนเดียว”
“ตอนเรากลับถึงบ้าน ฉันก็พูดขึ้นว่า”เอียน เธอเพิ่งอายุ 32 ปีเท่านั้นนะ ฉันคิดว่าลูกคนโตของเธอคงมีอายุ 17 ปี เท่ากับว่าเธอมีลูกตอนอายุแค่ 15 ปี แต่สามีของเธออายุตั้ง 62 ปี ฉันคิดว่ามีอะไรผิดปรกติแน่”

ลิซาได้โทรศัพทหาแม็คกินนีส พร้อมกับพูดว่า “คุณรู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากคุณต้องการจะให้จับสามีของคุณเข้าคุกหรือไปที่สถานบำบัดในข้อหาอะไรสักอย่างอย่างเช่นติดยาเสพติดหรือติดสุรา พวกเราพร้อมจะช่วยคุณเอง” ถึงตอนนั้นบิล(ชื่อปลอมของพีท)ก็มาที่บ้าน เราก็เลยวางโทรศัพท์ และทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่ฉันพูด”

หลังจากนั้นไม่นาน แม็คกินนีส ซึ่งได้รวบรวมความกล้าเป็นครั้งแรกในชีวิตหอบลูกๆ 8 คน ยกเว้นลูกชายคนโตที่ได้หนีออกจากบ้านและไม่เคยพบกันเลย กระทั่งเมื่อเธอสามารถหลบหนีออกจากขุมนรกบนดินได้และกลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา ลูกชายคนโตจึงกลับมาอยู่กับแม่พร้อมกับน้องๆ หนีจากนรกบนดินที่ทนอยู่มานานร่วม 20 ปีก็มาหาลิซากับเอียนที่บ้าน

ก่อนหน้านี้ เธอได้นำเงินที่แอบเก็บเล็กผสมน้อยจากการขายกาแฟ น้ำผึ้งหรือไอศรีม จ่ายเป็นค่าแท็กซี่ให้พาพวกเธอและลูกๆไปที่เมืองอัวซากา เม็กซิโก จากนั้นได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปที่ศูนย์ติดตามผู้สูญหายและการฉวยประโยชน์การค้าทางเพศจากเด็ก (เอ็นซีเอ็มอีซี) ลิซาได้พาเธอตรงไปที่สถานกงสุลอเมริกันประจำเม็กซิโกซึ่งรีบช่วยทำพาสปอร์ตฉุกเฉินให้เธอและลูกๆเพื่อจะเดินทางกลับบ้านแท้จริงเสียที เธอและลูกๆต้องหลบซ่อนตัวนานถึง 2 เดือนกว่าจะได้พาสปอร์ตและเดินทางกลับอเมริกา

ส่วนพีทหลบหนี แต่ถูกควบคุมตัวเมื่อราวเดือนกย.2560 ขณะเดินทางไปที่สถานทูตสหรัฐประจำเม็กซิโกเพื่อจะขอทำพาสปอร์ตก่อนจะถูกฟ้องในปลายปี 2560 จากเอกสารคำฟ้องของศาลระบุว่า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าพีทเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรในเม็กซิโก และเชื่อว่าเขาเคยข่มขู่คนหลายคนที่พยายามจะช่วยแม็คกินนีสหลบหนี คณะลูกขุนซึ่งใช้เวลาพิจารณาคดี 7 วันก็ตัดสินว่าเขาทำผิดจริงในข้อหาลักพาตัวและเจตนาเดินทางไปเม็กซิโกเพื่อร่วมประเวณีกับผู้เยาว์ แม้พีทจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่คงรอดยากจากโทษจำคุกตลอดชีวิต

วันที่พีทถูกจับกุมนั้น แม็คกินนีส ได้ออกแถลงการณ์พิเศษสั้นๆผ่านนิตยสารพีเพิลว่า”โล่งอก”แม้จะเป็นคำสั้นๆแต่ก็บอกได้หมดถึงอารมณ์เจ็บปวดนานถึง 22 ปี นับตั้งแต่ตกเป็นเหยื่อไร้ทางสู้ของเขาตั้งแต่อายุแค่ 11 ปี

“ในที่สุดเขาก็ถูกจับจนได้และถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน”

แม็คกินนีส สารภาพว่า ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยปริปากบอกความจริงที่แสนเลวร้ายที่สุดให้ลูกๆฟัง “พวกลูกๆไม่มีใครรู้ความจริงที่เกิดขึ้น....ฉันปิดบังความจริงไม่ให้ลูกรู้ จนกระทั่งสามารถหลบหนีจากขุมนรกที่เม็กซิโกได้แล้ว...พอลูกๆรู้ความจริง ทุกคนต่างช็อกไปตามๆกัน

“ทุกๆวัน ทั้งฉันและลูกๆต่างทุกข์ทรมานจากการถูกทำร้ายโดยชายที่มีใจเยี่ยงสัตว์ ตอนนี้พวกเรากำลังปรับตัวให้ชินกับอิสรเสรีที่เราเพิ่งรู้จักและจะเดินหน้าต่อไป เพื่อให้มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความสุขและความสำเร็จ

ตอนนี้ แม็คกินนีส กล้าเดินสายให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการณรงค์หาทุน GoFundMe เพื่อหาเงินเลี้ยงลูกๆทั้ง 9 คน รวมทั้งสานฝันของเธอให้เป็นจริงที่จะเรียนให้จบระดับวิทยาลัยและจะเป็นนักสืบเอกชน ทั้งนี้เพื่อจะช่วยเด็กที่สํญหายอีกไม่ใชน้อยที่อยู่ในสถานะเดียวกับที่เธอเคยประสบมาก่อน

ในเวบไซต์ GoFundMe แม็คกินนีสเขียนว่า “ฉันไม่กลัวอีกแล้วที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆเนื่องจากเจ้าสัตว์ร้ายที่จับลูกๆของฉันเป็นตัวประกัน ตอนนี้ก็ถูกจับแล้วและตอนนี้ฉันก็พ้นจากนรกที่หมกไหม้มานาน 22 ปี”

“ฉันอยากจะเรียนให้จบแล้วไปต่อที่วิทยาลัยในสาขากฎหมายอาญา เพื่อจะได้เป็นนักสืบเอกชนช่วยตามหาเด็กที่สูญหายเหมือนที่ฉันเคยประสบมาก่อน แน่นอน ฉันมีความฝัน แต่ลูกๆขอฉันต้องมาอันดับแรกและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป"
Read more ...

รวบ ร.ต.อ.เก๊ สุดแสบ หลอกคบสาวนานเกือบปี พ่อแม่ฝ่ายหญิงสงสัย แจ้งตร.จริง ล็อกตัว

1/12/62
 
 
 
 
โดยข่าวสด เมื่อ 30 พ.ย.62

รวบ ร.ต.อ.เก๊ สุดแสบ หลอกคบสาวนานเกือบปี พ่อแม่ฝ่ายหญิงสงสัย แจ้งตร.จริง ล็อกตัว

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 29 พ.ย. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ยิ่งยง มีคุณ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. จับกุม 

นายสรายุทธ์ ประทุมถิ่น อายุ 33 ปี 

โดยจับกุมได้ที่ ถนนอังรีดูนังต์ ข้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สืบเนื่องจากมีประชาชนแจ้งว่านายสรายุทธ์ มีพฤติกรรม ชอบแอบอ้างและแสดงตัวเป็นตำรวจ โดยล่าสุดไปคบหากับหญิงสาวนานหลายเดือน พ่อแม่ของฝ่ายหญิงสงสัยอาจจะไม่ใช่ตำรวจจริง เพราะไม่ไปทำงานโดยนายสรายุทธ์ จะอ้างกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงว่าเป็นตำรวจสายลับ มีการส่งภาพถ่าย บัตรข้าราชการตำรวจ ปรากฏ ชื่อ ร.ต.อ.สรายุทธ์ ประทุมถิ่น ตำแหน่ง รอง สว.สยศ.ตร. ไปทางไลน์

ด้วยการแต่งเครื่องแบบตำรวจยศ ร.ต.อ.และจะถ่ายรูปตนเองขณะแต่งเครื่องแบบตำรวจ ส่งให้แก่บุคคลต่างๆที่รู้จัก เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นตำรวจจริง ต่อมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายสรายุทธ์ ขับรถยนต์มาจอดที่บริเวณถนนอังรีดูนังต์ ข้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงนำกำลังเข้าจับกุม

นายสรายุทธ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองไม่ได้รับราชการและไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด ที่ผ่านมา ตนเองปลอมเป็นตำรวจ อ้างตัวเองกับกลุ่มเพื่อนที่รู้จัก รวมถึงหลอกคบกับแฟนสาวนานถึง 7 เดือน แต่พ่อแม่ของแฟนสาวสงสัย จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพบว่าเป็นตำรวจปลอม โดยระหว่างจับกุมยังอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นตำรวจสันติบาลทำงานด้านการข่าวก่อน ยอมรับว่าเป็นตำรวจปลอมสาเหตุเพราะอยากเป็นตำรวจเหมือนพ่อที่เป็นตำรวจชั้นประทวนที่เสียชีวิตนานแล้วจึงได้ทำการปลอมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า

แต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ , 
แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานฯ,
ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม,
มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,
พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว,
มีวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 

กก.สส.2 บก.สส.บช.น. จึงได้ตรวจยึดไว้ และแจ้งข้อกล่าวหาให้นายสรายุทธ์ฯ ทราบ นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Read more ...

จับแก๊งบังคับเด็กแร่ขายน้ำมะพร้าวปลอมที่ภูเก็ต หากไม่ทำถูกตี

21/11/62
ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2562 20:10 น.

ตร.ภูเก็ต จับแก๊งน้ำมะพร้าว ข้อหาค้ามนุษย์ พฤติกรรม นำเด็ก 8-14 ปี เดินขายน้ำมะพร้าว หากขายไม่ได้ ทำร้ายหนัก น้ำมะพร้าวยังปลอม ตบตา "ใส่แค่น้ำเปล่า-หัวเชื้อ" ทำรายได้เดือนละกว่า 1 แสน ทั้งที่ต้นทุนหลักพัน

วันที่ 10 พ.ย. ที่ชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรตำบลป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวยศยะ ผช.ผบ.ตร. เป็นประธานการแถลงข่าว
พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต
พ.ต.อ.เสริมพันธ์ ศิริคง รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต
พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
น.ส.อัจฉรา สุระกุล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต
นายกิตติ อินทรกุล หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ จังหวัดภูเก็ต และ
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แถลงข่าวการจับกุม ค้ามนุษย์เด็ก (แก๊งน้ำมะพร้าว)

1.นายวรรธกาญจน์ อร่ามศรี
ที่อยู่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ตเลขที่ จ.292/2562 ลงวันที่ 9 พ.ย.2562

2.นางเขมมิกา อุปการแก้ว
ที่อยู่  ต.ท่าวัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ 330/2562 ลงวันที่ 9 พ.ย.2562

3.นายพรเทพ อุปการแก้ว
ที่อยู่ ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ตเลขที่ 331/2562 ลงวันที่ 9 พ.ย.2562

4.นายวชิระ พูลช่วย
ที่อยู่ ต.ท่าวัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ตเลขที่ 322/2562 ลงวันที่ 9 พ.ย.2562

ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 4 ดำเนินคดีในข้อหา

- สมคบด้วยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานเด็ก หรือการอื่นใด หรือคล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลและผู้ที่สมคบกันกระทำความผิดคนหนึ่งคนใดได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกันและ

- ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปการทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุยังไม่เกิน 15 ปี และบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี

ผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ดำเนินคดีข้อหา

- สมคบด้วยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานเด็ก หรือการอื่นใด หรือคล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลและผู้ที่สมคบกันกระทำความผิดคนหนึ่งคนใดได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกันและ

- ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปการทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุยังไม่เกิน 15 ปี และบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี,

- เป็นนายจ้างร่วมกันจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นลูกจ้าง,

- ร่วมกันจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเป็นลูกจ้าง โดยไม่แจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน แต่วันที่เด็กเข้าทำงานและ

- เป็นนายจ้างร่วมกันให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00-06.00 น. โดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวยศยะ ผช.ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีนี้เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางนายอำเภอเมืองภูเก็ต และปลัดอำเภอเมือภูเก็ต เห็นเด็กอายุประมาณ 10-13 ปี มาเร่ขายน้ำมะพร้าวในที่ว่าการอำเภอเมืองภูเก็ต ในสภาพมอมแมมซูบผอม เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมเด็กไม่ไปโรงเรียน จึงได้สอบสวนและทราบว่า ถูกบังคับให้ขายน้ำมะพร้าว เด็กบางคนถูกทำร้ายทุบตี

เมื่อทราบเช่นนั้นทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่บ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต ร่วมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกลุ่มสหวิชาชีพ ได้ร่วมกันสอบปากคำเด็ก ก่อนที่จะนำเด็กไปพักไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต

จากนั้นทางผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับได้มีการร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และต่อมาได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำนองว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์กักขังเด็กไว้ มีการแจ้งความแต่ไม่มีความคืบหน้า และจะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นข่าวครึกโครมใหญ่โต เป็นข่าวที่ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจอย่างมาก และต้องการทำความจริงให้กระจ่าง ตนในฐานะเป็นประธานศูนย์ ศพดส. นำเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานครมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและมาช่วยเหลือการปฏิบัติ ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าความจริงเป็นเช่นไร จึงให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ข้อหาการค้ามนุษย์ และมีการจับกุมตัวทั้งหมดได้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายที่จังหวัดภูเก็ต

สำหรับเด็กขายน้ำมะพร้าว เป็นเยาวชน เป็นกำลังหลักของประเทศชาติในอนาคต และเป็นคนไทย และอาจะเป็นปัญหาครอบครัวต่อไปในอนาคต หรืออาจจะส่งผลต่อไปเทศชาติ เนื่องจากเด็กไม่ได้การพัฒนาทางด้านจิตใจ ทั้งทางด้านสติปัญญา และทางด้านร่างกาย เด็กพวกนี้จะไม่ได้เรียนหนังสือ เด็กที่ขายน้ำมะพร้าวต้องแบกน้ำมะพร้าวที่หนักมาก ทำงานเกินวันละ 10 ชั่วโมง บางครั้งถูกทำร้าย ตบตี ถูกตบ เรื่องนี้ยอมไม่ได้ จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และประกาศเลยว่า แก๊งค้ามนุษย์เด็กในจังหวัดภูเก็ตจะต้องปราบให้สิ้นซากภายใน 1-2 วันนี้ ตนการันตีว่าทุกแก๊งต้องสลายไปด้วยการดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด

สำหรับแก๊งค้าน้ำมะพร้าวนั้นได้ให้เด็กเร่ขายตั้งแต่เวลา 07.00 -13.00 น. และช่วงเวลา 13.30-06.00 น. ขายถุงละ 40 บาท เด็กต้องถือน้ำมะพร้าวเร่ขายครั้งละ 10 ถุงอย่างต่ำ บางคนทำรายได้วันละ 400 บาท ซึ่งทั้งหมดจะถูกเก็บไปให้พ่อแม่ หรือครอบครัวเด็กที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเด็กหากจะจ่ายเงินนั้นก็จะถูกหักออกไป และบางคนก็จ่ายเงินค่าทริปที่ได้จากแขกที่รู้สึกสงสารเด็กพวกนี้ เมื่อกลับมาช้าหรือขายไม่ได้จะถูกลงโทษ เด็กทุกคนนั้นพักอยู่รวมกันที่หมู่บ้านสะพานหิน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต จะวนเวียนอยู่แบบนี้ทุกวัน โดยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ต้องหาเดือนละนับแสนบาท มีเงินอู้ฟู่ กำไรมหาศาล

จากการสอบปากคำเด็กทราบว่าน้ำมะพร้าวดังกล่าวนั้นใช้น้ำเปล่าผสมหัวเชื้อ กินน้ำนมแมว ใส่น้ำตาลทราย ใส่น้ำมะพร้าวเพียงเล็กน้อย บรรจุใส่ถุงพลาสติกเอาไปขายถุงละ 40 บาท ฟันกำไรมหาศาลจากต้นทุนหลักพัน ฟันกำไรหลักแสนบาทต่อเดือน

ผช.ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า เมื่อคืนก็ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างการนำเด็กมาเร่ขายของ และพบเด็กเพิ่มอีก 4 ราย ยืนขายผลไม้และขนม โดย

รายที่ 1 ยายนำเด็กมาขายขนมที่ร้านโกดังเพลง ต.ป่าตอง

รายที่ 2 เด็กหญิง 9 ปี แม่พาลูกมาขายดอกไม้ที่ร้านใบตอง ต.ป่าตอง

รายที่ 3 เด็กอายุ 7 ปี พ่อเลี้ยงพาลูกเลี้ยงมาขายพวงมาลัยที่ร้าน BBQ ที่ซอยตาเอียด ต.ฉลอง

รายที่ 4 เด็กหญิง 4 ปี พี่สาวพาน้องมาขายดอกไม้ที่ร้านส้มตำบันเทิง อ.เมืองภูเก็ต

รายที่ 5 ชายชาวกัมพูชา อายุ 63 ปี และหญิงอายุ 23 ปี เร่ขายของในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต

ซึ่งผิดกฎหมาย เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย ชาวต่างชาติจะเร่ขายของไม่ได้ จะดำเนินการเยียวยาและใช้มาตรการตามการปกครอง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก จะมีมาตรการการเยียวยาเป็นหลัก.
Read more ...

รวบผู้ต้องหาล้วงกระเป๋า แหล่งท่องเที่ยว พบถูกจับคดีลักทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง

4/11/62

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.62

ตำรวจกองปราบปราม จับกุม

น.ส.พัชรา บรรจงชอบ อายุ 46 ปี

ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดราชบุรี ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2561 ในข้อหา

"ร่วมลักทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร และกระทำการเป็นซ่องโจร"

จับกุมตัวได้ที่ งานวัดเจริญธรรม พื้นที่หมู่ 5 ตำบลเจริญธรรมอำเภอวิหารแดง จ.สระบุรี

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2561 เวลาประมาณ 16.00 น. น.ส.พัชรา ซึ่งเป็นแก๊งล้วงกระเป๋า ได้ร่วมกับพวกอีก 12 คน ทำการล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว ที่บริเวณตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตำบลดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก และตลาดน้ำอัมพวา ตำบลอัมพวาอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้เสียหายจำนวนหลายราย โดยกลุ่มคนร้ายได้ทรัพย์สินไปประมาณ 100,000 บาท ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุได้ 4 คน ส่วนผู้ต้องหากับพวกรวม 8 คนนั้นหลบหนีไปได้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด

จากการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้ ทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาประกอบอาชีพค้าขาย โดยจะขายของตามงานวัด และงานเทศกาลต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแกะรอยสืบสวนติดตามเรื่อยมา จนทราบว่า น.ส.พัชราฯ ผู้ต้องหา จะมาขายของที่งานวัดเจริญธรรม จึงได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ จากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจากการตรวจสอบประวัติน.ส.พัชราฯ ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2561
Read more ...

รวบสาวเขมรเครือข่ายแก๊งค้ามนุษย์บังคับใช้แรงงานเด็กเร่ขายสินค้าริมหาดป่าตอง

25/10/62
วันที่ 25 ต.ค.62 ที่ สตม.สวนพลู 

พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย 
พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, 
พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบก.ตม.6 

แถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติ รายสำคัญ และคดีที่น่าสนใจในห้วงเดือน ต.ค.2562

พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่าตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการเข้ามาของหญิงต่างด้าวในคราบนักท่องเที่ยวเพื่อลักลอบค้าประเวณีในแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ


เมื่อวันที่ 20 ต.ค.62 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการจับกุมตัว

MS.KIMHANG (นางสาวคิมห่าง หรือ กิมฮาง) อายุ 24 ปี สัญชาติกัมพูชา

 ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 98/2562 ลงวันที่ 18 เมษายน 2562 โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือส่งไปที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อบังคับใช้แรงงาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กาย ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ และร่วมกันเป็นนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง” 

หนึ่งในขบวนการค้ามนุษย์ หลอกลวงเด็กชาวกัมพูชา อายุประมาณ 13-16 ปี มาเร่ขายดอกไม้และแว่นตาที่ริมหาดป่าตอง มีผู้ร่วมขบวนการจำนวน 4 คน 

โดยนางสาวคิมห่าง ทำหน้าที่ รับ – ส่ง เด็กตามจุดที่ขายของบริเวณริมหาดป่าตอง และทำหน้าที่ดูต้นทาง เวลามีตำรวจมาตรวจ โดยจะให้เด็กขายของตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 21.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด ซึ่งหลังเลิกขบวนการดังกล่าวจะรับเด็กกลับมากักขังไว้ที่บ้านเช่า ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หากเด็กขายของได้เงินไม่ถึงยอดตามที่กำหนดไว้ประมาณ 2,000 – 3,000 บาท ทั้งสี่คนจะใช้ไม้แขวนเสื้อ ซึ่งถูกดัดเป็นขดให้มีลักษณะคล้ายไม้เรียว ตี ทำร้ายร่างกายเด็ก โดยจะผลัดกันทำร้ายเด็กสลับกันไปในแต่ละวัน ถ้าเด็กคนไหนขายของไม่ได้ตามยอดก็จะถูกตี 

ต่อมา เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2561 มารดาของเด็กจำนวน 2 รายทราบเรื่อง จึงเดินทางมาจากประเทศกัมพูชาและเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง คนร้ายทั้งสี่ได้หลบหนีไปและพนักงานสอบสวนได้ขอศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับไว้ 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการสืบทราบว่า นางสาวคิมห่าง หนึ่งในผู้ต้องหา ยังซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยจะทำการหลบหนีออกจากประเทศไทย โดยเดินทางออกทางจังหวัดสระแก้ว จึงประสานกับ ตม.จว.สระแก้ว และร่วมกันทำการสืบสวน จนสามารถจับกุมตัวนางสาวคิมห่างได้ 

จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนคนร้าย รายอื่นๆที่หลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต จะได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Read more ...

กอ.รมน.กทม.จับล้วงกระเป๋าตลาดนัดจตุจักร

5/8/62
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2562 เวลา​ 21.30 น.​:

เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กทม.นำโดย​ พ.อ.วิโรจน์​ หนองบัวล่าง​ หัวหน้าฝ่ายข่าว กอ.รมน.กทม.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กทม.ให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายได้ล้วงกระเป๋าลูกค้าในตลาดนัดจตุจักร​และได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ หลังจากที่ทาง กอ.รมน.กทม.และสำนักงานตลาดจตุจักร​ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก​ น.ส.วิภากร​ แจ่มหม้อ​ อายุ​ 35​ ปี​ สัญชาติไทย​ ซึ่งพิการทางหูและเป็นใบ้​ ได้ถูกคนร้ายล้วงกระเป๋าและได้หยิบเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย

ด้าน พ.อ.วิโรจน์ฯ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่กอ.รมน.กทม.ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหาย ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา​ 14.30​ น.​ทางผู้เสียหายได้เดินซื้อของอยู่ในตลาดนัดจตุจักร บริเวณ​ โครงการ​ 9​ -​ 10​ ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบชื่อ​ ได้ขโมยโทรศัพท์​มือถือ​ซึ่งอยู่ในกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย

เบื้องต้นผู้เสียหายได้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่​ ฝ่ายป้องกัน​ ในตลาดนัดจตุจักร ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องจึงได้เร่งติดตามหาคนร้าย​ และทราบว่าได้หลบหนีออกจากพื้นที่จตุจักร​ไปแล้ว จึงได้ทำการตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจับสัญญานได้บริเวณแถวรังสิต​ จึงได้เร่งติดตามตัวคนร้ายทันที

ต่อมาเมื่อเวลา​ 19.00​ น.​ของวันที่​ 4​ ส.ค.62​ ได้รับแจ้ง​จาก​ ทางชุดติดตามของ กอ.รมน.กทม.ว่าสามารถติดตามจับกุมคนร้ายที่ขโมยโทรศัพท์​ มือถือดังกล่าว​ได้แล้ว ตรงบริเวณตลาดนานา​ อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี​ พบว่าคนร้ายได้นำโทรศัพท์​มือถือไปขายในตลาดดังกล่าว​ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม​ทันที ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ

น.ส.สุวภัทร​ นพคุณ​ อายุ​ 35​ ปี อยู่บ้านเลขที่ 169/217 ซ.เพิ่มสิน 15 แยก 13 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ 

เจ้าหน้าที่ จึงนำผู้ต้องหา​ มาสอบปากคำและทำประวัติ​ ที่ห้องฝ่ายป้องกัน​ ในตลาดนัดจตุจักร​ และได้ควบคุมตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ พร้อมได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์​ และดำเนินคดีต่อไป
Read more ...

สตม.ร่วมบีทีเอส จับแก๊งล้วงกระเป๋าชาวแอลจีเรีย บนรถไฟฟ้าบีทีเอส

2/8/62
 

เมื่อ 2 ส.ค.62

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.)เปิดเผยว่า สตม. รวมกับ เจ้าหน้าที่บีทีเอส รวมกัน ควบคุมตัว แก๊งค์ต่างชาติก่อเหตุล้วงกระเป๋า ได้ 2 รายคือ

นายโอมาร์ ฮาบัด สัญชาติแอลจีเรีย และ

นายโมฮาเมด เบนบูซิด สัญชาติแอลจีเรีย 

โดยจับกุมนายโอมาร์ ได้ที่บีทีเอสสยาม เมื่อวันที่24 กรกฎาคม พร้อมด้วยของกลาง 

- เงินสกุลดอลลาร์,ไทย,
- โทรศัพท์มือถือ,
- หนังสือเดินทาง ,
- กระเป๋าสะพาย 

โดยเจ้าหน้าที่บีทีเอส เห็นพฤติกรรมคนร้ายอาศัยในช่วงชุลมุนก่อเหตุ จึงประสานมายัง สตม. จากนั้น สตม.ได้เพิกถอนวีซ่า และควบคุมตัวไว้ที่ห้องกัก สตม.เพื่อรอผลักดันส่งกลับประเทศ นอกจากนั้น ยังพบว่า นายโอมาร์ เคยก่อเหตุล้วงกระเป๋านายเควิน สัญชาติอเมริกัน ผู้เสียหาย ที่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ จากภาพจากกล้องวงจรปิด cctv เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561

ส่วนนายโมฮาเมด ผู้ต้องหารายที่ 2 ซึ่งอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย สตม.จับกุมได้ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่อาคารพนาสินเพลส ย่านรามคำแหง โดยเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ซึ่งการให้อยู่ในประเทศไทย สิ้นสุดลงแล้ว 

จากการตรวจสอบพบว่า เคยก่อเหตุล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวยุโรปเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ราชดำริ แต่ผู้เสียหายไม่ถูกดำเนินคดีเพราะได้ทรัพย์สินคืน สตม. ได้ประสานงานฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม เพื่อติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมเครือข่ายล้วงกระเป๋า เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป 

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังได้กำชับบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ว่าด้วยการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวภายใน 24 ชั่วโมง กรณีที่เจ้าบ้าน เคหะสถาน หรือโรงแรมที่รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา98 กรณีดังกล่าว สตม.ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเจ้าของที่พัก 2 ราย รายละ 800 บาท และแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
Read more ...

สภ.ธัญบุรี รวบ 2 ผัวเมียแก๊งล้วงกระเป๋าเวียดนาม ก่อเหตุในเมืองหิมะ สวนสนุกดัง

16/4/62
เมื่อ 15 เม.ย.62 เวลา 16.00 น.

พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 62 เวลาประมาณ 12.00 น. ได้มีผู้เสียหายมาแจ้งความที่ สภ.ธัญบุรีว่าถูกคนร้ายล้วงกระเป๋าและได้สูญเสียทรัพย์สินไปขณะเล่นอยู่ใน

เมืองหิมะของสวนสนุกหนึ่งใน ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 

จึงได้ให้ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชายกับผู้หญิงใช้อาศัยความชุลมุนที่คนเยอะๆ ก่อเหตุล้องกระเป๋าผู้เสียหายซึ่งผู้ชายจะสวมเสื้อคลุมสีชมพู สวมหมวกสีน้ำตาล และผู้หญิงจะสวมเสื้อสีฟ้า และสวมหมวกสีขาว เมื่อฝ่ายหญิงก่อเหตุล้วงกระเป๋าของผู้เสียหายและก็จะโยนกระเป๋าเอาไว้บริเวณใกล้จุดผู้เสียหายยืนอยู่
ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ ทราบชื่อ


1. นายพาน วาน ลอง (PHAN VAN LONG) อายุ 60 ปี สัญชาติเวียดนาม

2. นางเหงียน ถี่ เฮียน (NGUYEN THI HIEN) อายุ 55 ปี สัญชาติเวียดนาม

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปค้นที่ห้องพักโรงแรมโฟร์ซันเพลส. ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พบของกลาง

1.ธนบัตรไทย ฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 8 ฉบับ
2.ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ ฉบับละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 4 ฉบับ
3.เงินสด จำนวน 1,120 บาท 
4.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ IPHONE สีทอง จำนวน 1 เครื่อง
5.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO จำนวน 1 เครื่อง
6.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Masstel สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
7.บุหรี่ยี่ห้อ THANG LONG จำนวน 5 ซอง

จึงได้ควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.ธัญบุรี โดยแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์

ซึ่งพ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี ยังกล่าวว่าอีกว่าจากการตรวจสอบประวัติแล้วผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเคยมาก่อคดีล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกด้วยซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะมีเพื่อนร่วมกระบวนการมากว่านี้และมักอาศัยที่คนเยอะ ๆ ก่อเหตุล้วงกระเป๋าและกรีดกระเป๋าด้วยซึ่งเมื่อประชาชนที่เคยถูกล้วงกระเป๋าหรือกรีดกระเป๋าก็มาดูตัวผู้ต้องหาได้ที่ สภ.ธัญบุรี
Read more ...

รวบหนุ่มวิศวะ แอดมินกลุ่มไลน์ลับแพร่คลิปอนาจารหญิงสาว

18/3/62
โดย PPTV Online

เผยแพร่ 26 ก.พ. 2562 เวลา 07:19 น.

ตำรวจจับกุมหนุ่มวิศวะ แอดมินกลุ่มไลน์ลับที่นำคลิปของหญิงสาวมาเผยแพร่ พร้อมเรียกเก็บค่าสมาชิก และยังพบว่าคลิปบางส่วนมาจากการล่อลวงหญิงสาวมากระทำอนาจารแล้วแอบถ่ายคลิปไว้

พล.ต.อ. รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.ท .สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร. เปิดเผยผลการจับกุม

นายวรัญญู เหล่าเลิศ อายุ 30 ปี หนุ่มวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ผู้ต้องหาเป็นแอดมิน กรุ๊ปลับ line-VK นำคลิปแอบถ่าย คลิปโป๊เด็กและคลิปหญิงสาวต่างๆ มาเผยแพร่ในกลุ่มลับที่เสียค่าสมัครสมาชิก ซึ่งเป็นภัยต่อสังคม โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็ก สุภาพสตรี โดยในกลุ่ม VK มีผู้ติดตามนับหมื่นคน

สำหรับพฤติกรรม นายวรัญญู ได้ทำการคือ ล่อลวงมีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนหญิง และนักศึกษา จำนวนหลาย 10 คน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะแอบถ่ายคลิปอนาจาร และนำคลิปไปขายในสื่อออนไลน์ในกลุ่มสาธารณะเว็บไซต์ vkหนึ่ง ซึ่งจะมีแอดมิน กลุ่มคอยโพสต์ภาพ และคลิปโป๊เป็นคลิปหลุดตัวอย่างชักชวนให้ผู้ที่สนใจร่วมสมัครเป็นสมาชิก เข้าร่วมกลุ่ม Line ลับ โดยเก็บเงินค่าสมาชิกกลุ่มคนละ 300 และ 500 บาท ที่โพสต์ภาพ และคลิปหลุดเต็ม

จากการตรวจสอบพบว่านายวรัญญู ได้สร้างกลุ่มบนเว็บไซต์ vk และ line นี้ขึ้น ตั้งแต่เดือนก.ค. 2561 และมีผู้ติดตาม VK นับหมื่นคน และมีสมาชิกที่จ่ายเงินเข้าร่วมกลุ่มไลน์ลับมากกว่า 700 คน มีรายได้มากกว่า 3 แสนบาท และคลิปบางคลิปนั้นถูกนำมาจากอินเตอร์เน็ต บางส่วนถูกซื้อจากบุคคลอื่นผ่านอินเตอร์เน็ต จากการค้นบ้านพักผู้ต้องหา พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้กระทำความผิดถึง18รายการ และกำลังทำการตรวจสอบว่า ผู้ต้องหาได้ล่อลวงหญิงรายใดมาเผยแพร่คลิปลับด้วยหรือไม่

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา นายวรัญญู ในข้อหา”เพื่อประสงค์แห่งการค้าแจกจ่ายหรือเผยแพร่โดยวิธีใด ๆ ซึ่งสื่อลามก และสื่อลามกอนาจารเด็ก”ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ถึง 10 ปี ปรับไม่เกิน 60,000-200,000 บาท

Read more ...

ปฎิบัติการ Operation ครั้งที่ 28 ลุยนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใน กทม/ปริมณฑล

9/2/62


  

เมื่อวันศุกร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อม ตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยวและ ชุด ศปอส.ตร.

นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นตามหมายค้นแหล่งนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดใน กทม.โดยเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 195 หมู่บ้านพนาสนธ์ ถนนนิมิตรใหม่ แขวง/เขตมีนบุรี กทม. และปริมณฑล จำนวน 30 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลาง จำนวนมาก

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าผลการ Operation ครั้งที่ 28 กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, เพชรบุรี จากการตรวจค้นจับกุมกลุ่มนายทุน นางสาวกรรณิการ์ ฉลองจันทร์ กับพวกความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั่งยี่และร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด”

นอกจากนี้ตรวจค้นตามหมายค้นอีก 30 จุด ผู้ต้องหาตามหมายจับ 28 หมายจับ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 14 ราย

ตรวจยึด/อายัดทรัพย์ 24 จุด ค้นเอกสารที่เกี่ยวข้อง 6 จุด รวมมูลค่าทรัพย์สินรวม 205,500,000 บาท

​1. รถจักรยานยนต์ ​​​20 ​คัน ​​ราคา​15,000,000 ​บาท

​2. รถยนต์ ​​​​15 ​คัน​​ราคา​25,000,000 ​บาท

​3. บ้านและอาคารพานิชย์​15 ​หลัง​​ราคา​150,000,000​บาท ​

4. อาวุธปืน​​​​2​กระบอก​ราคา​100,000​​บาท ​

5. โทรศัพท์มือถือ​​​40​เครื่อง​ราคา​200,000​​บาท

​6. สำเนาโฉนดที่ดิน​​​14 ​ฉบับ​​ราคา​15,000,000​บาท

​7. สร้อยคอ,ทองรูปพรรณ​​​​​ราคา​200,000​​บาท​

​8. สมุดบัญชีธนาคาร​​50​เล่ม​

​9. ตู้นิรภัย​​​​​2​หลัง​​ ​

10. เอกสารบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้รายวัน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้อะไรก็ตามถ้าเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราต้องทำก่อน คือวันนี้การทำงานของตำรวจคิดอย่างเดียวว่าปัญหาอะไรที่ประชาชนเดือดร้อน อะไรคือสิ่งที่ประชาชนต้องการพึ่งพา และเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญประชาชนทุกท่านเป็นศูนย์กลาง ในการแจ้งเหตุการณ์ต่างๆ ให้ความไว้วางใจเชื่อมั่นศรัทธา ในการทำงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทุ่มเทตั้งใจมุ่งมั่น เมื่อไหร่ที่ตำรวจทำงาน ประชาชนมองเห็นและรู้ทันทีว่าตำรวจบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม เป็นที่รักของประชาชน
Read more ...

จับหนุ่มรัฐวิสาหกิจ เปิดร้านเกม ล่วงละเมิดด.ช. ถ่ายคลิปส่ง ดาร์กเว็บ

8/2/62
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 - 20:33 น.

จับหนุ่มรัฐวิสาหกิจ เปิดร้านเกม ล่วงละเมิดด.ช. ถ่ายคลิปส่ง ดาร์กเว็บ

ล่วงละเมิดด.ช. / เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงจับกุมพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC) ได้รับแจ้งจากองค์กรตำรวจสากล เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2561 ว่าพบเบาะแสการกระทำความผิดเป็นรูปภาพและคลิปวิดีโอ ชายวัยกลางคนกำลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย ปรากฎในดาร์กเว็บ (Dark Web)

ชุดปฏิบัติการ TICAC จึงสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด จนทราบว่าผู้กระทำผิดคือ

นายอุบล (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย 

เมื่อเปรียบเทียบใบหน้ากับภาพเบาะแสแล้ว เป็นบุคคลเดียวกัน

โดยนายอุบล เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในพื้นที่ มีนิสัยเป็นชายรักชาย มีความรู้ความชำนาญระบบคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าสู่ดาร์กเว็บ (Dark Web) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่อำพรางการเข้าถึง ที่ใช้ในทางผิดกฎหมาย มีวิธีการใช้งานที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดี

นายอุบลเปิดร้านเกมที่บ้านมาแล้วประมาณ 8-9 ปี มีลูกค้าเป็นเด็กและวัยรุ่นชายในพื้นที่จำนวนมาก แวะเวียนมาใช้บริการ โดยนายอุบลใช้ร้านเกมเป็นสถานที่ล่อลวงเด็กชายมาล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ชุดปฏิบัติการ TICAC ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา

ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ พบหลักฐาน รูปภาพและคลิปการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยที่ผู้ต้องหาเป็นผู้ถ่ายเก็บไว้เอง และนำไปเก็บไว้ใน Dark Web และเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ชุดปฏิบัติการ TICAC เข้าตรวจค้นร้านเกมเป้าหมาย พบหลักฐานที่ปรากฏในคลิปล่วงละเมิดเด็ก จึงได้รวบรวมไว้

เบื้องต้นตั้งข้อหา

" มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครอง เพื่อแสวงประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย" มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการสอบสวนขยายผล พบ ผู้เสียหายเป็นเด็กชายจำนวนมากที่เข้ามาใช้บริการในร้านเกมของนายอุบล แล้วถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ต่อมาในวันที่ 7 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับและจับกุมนายอุบล เบื้องต้นแจ้งข้อหา

“กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000-400,000 บาท เพิ่มเติม

ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ และดำเนินคดีเพิ่มเติมกับผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
Read more ...

TICAC จับพระแต่งคอสเพลย์ แชตลวงเด็กสาวถ่ายคลิปโป๊

31/1/62



เมื่อ 31 ม.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศพดส.(4) และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3/หน.ชุดปฏิบัติการส่วนกลาง TICAC แถลงข่าวการปฏิบัติของชุดปฏิบัติการ TICAC

จากการสืบสวนและจับกุมแอดมินกลุ่มสังคมออนไลน์ LINE และ VK ใน จ.นครราชสีมา ที่เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กหญิงระดับประถม-มัธยม ของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ TICAC และขยายผลสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พบว่ามีผู้กระทำความผิดในกลุ่มดังกล่าวอีก คือ

นายดนัยณัฐ์ แสงพันธ์ อายุ 30 ปี ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ในวัดแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น 

เป็นผู้กระทำผิดในอีกคดีหนึ่ง เมื่อ 24 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ TICAC จึงได้เข้าตรวจค้นกุฏิของผู้ต้องหาพบสื่อลามกอนาจารเด็กหญิงเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก จึงจับกุมแจ้งข้อหา

“มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครอง เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย” 

ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า บวชเป็นพระมากว่า 6 ปี มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างดี ทำหน้าที่เลขาเจ้าคณะตำบล แต่มีรสนิยมทางเพศชอบเด็กหญิงอายุน้อย ใช้วิธีค้นหาเด็กผู้หญิงอายุน้อยจากแอพ BeeTalk มาพูดคุยเปิดกล้องบนแอพ LINE โดยขณะพูดคุยตนเองจะปกปิดความเป็นพระ โดยสวมวิกผมและแต่งชุดคอสเพลย์เด็กนักเรียนหญิงญี่ปุ่น แล้วพูดคุยชักชวนเด็กผู้หญิงให้เปลือยกาย หรือส่งภาพหรือคลิปเปลือยมาให้ตนเอง เพื่อเก็บสะสมและใช้สำเร็จความใคร่ มีเด็กผู้หญิงตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
Read more ...

TICAC จับพระ ล่อลวงลวงละเมิดทางเพศเด็กชาย

31/1/62


เมื่อ 31 ม.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศพดส.(4) และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3/หน.ชุดปฏิบัติการส่วนกลาง TICAC ดำเนินการสืบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

โดยช่วงระหว่างวันที่ 9 พ.ย.61- 25 ม.ค.62
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี การล่วงละเมิดเด็กและเยาวชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดตั้ง ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ตมีผลงานการจับกุมทั้งหมด 14 คดี เป็นข้อหาค้ามนุษย์ 5 คดี และ ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก 9 คดี มีผู้ต้องหา 15 คน เป็นสัญชาติไทย 12 คน เมียนม่า 1 คน ออสเตรีย 1 คน และเยอรมัน 1 คน และยังสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 12 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ใหญ่ 1 คนและเด็ก 11 คน โดยดำเนินการใน 10 จังหวัดทั่วประเทศนอกจากนี้ยังได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลหาผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และโดยที่การกระทำความผิดเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ตยากต่อการควบคุม การสืบสวนจึงต้องรวดเร็วและครอบคลุม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือคุ้มครองอย่างทันท่วงที ตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

โดยความร่วมมือของชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(TICAC), National center for missing & exploited children (NCMEC) และ INTERPOL พบ ภาพพระล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายบนอินเตอร์เน็ต จึงได้ทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ

นายศิครินทร์ คล้ายสุวรรณ อายุ 40 ปี ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำรวจ ภ.7 

โดยเมื่อวันที่ 17 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการส่วนกลาง TICAC ได้เข้าตรวจค้นที่พัก(กุฏิ) ของผู้ต้องหา พบสื่อลามกอนาจารเด็กชายเป็นจำนวนมากเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา จึงจับกุมและ แจ้งข้อหา

“มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครองเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย” โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

และขยายผลต่อเนื่องทราบว่าผู้ต้องหามีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายในซึ่งอยู่ในชุมชนที่ผู้ต้องหาบวชเป็นพระอยู่ จึงดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหา

“พรากเด็กและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000-400,000 บาท

ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า บวชเป็นพระมาแล้วกว่า 10 ปี โดยเปลี่ยนวัดจำพรรษาไปเรื่อย ๆ มีรสนิยมทางเพศชอบเด็กชายตั้งแต่ก่อนบวชพระ ยอมรับว่า ล่อลวงละเมิดทางเพศเด็กชายในละแวกวัด และถ่ายภาพเก็บสะสมไว้จริง มีนิสัยชอบเสพและเก็บสะสมสื่อลามกอนาจารเด็กชายไว้เป็นจำนวนมาก โดยรวบรวมมาจากเว็บไซต์และกลุ่มไลน์ที่เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กชายจำนวนหลายกลุ่มที่ตนจ่ายเงินเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมแอดมินกลุ่มมาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
Read more ...