แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถขนเงิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถขนเงิน แสดงบทความทั้งหมด

จับกุมผู้ต้องหาปล้นทรัพย์ ธ.กสิกรไทย โลตัส พระราม 1 กว่า 13 ล้านบาท

7/7/58
 
 
 
ตามนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ให้ทุกพื้นที่เร่งรัดสืบสวนปราบปราม และจับกุมผู้กระทำความผิดในคดีอาญาทุกประเภท ตลอดจนคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และคดียาเสพติดอย่างต่อเนื่องตลอดมา

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 เวลา 11.30 น.
ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น., 
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก., 
พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รอง ผบช.น. , 
พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง ผบช.น. ได้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดมา

พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6, 
พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น.  
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป., 
พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 ป, 
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.6, 
บก.สส.บช.น., และ บก.ป. 

ได้ร่วมกันทำการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมทรัพย์สินที่สูญหายไปตลอดมา

ได้ร่วมกันทำการจับกุม

1.นายทวีวงศ์ หรือ ตูน หอมเนียม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/71 ถ.สวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.456/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค.2558 (คนซ้อนท้าย + ยิง)

2.นายมารุต หรือ เบส แก่นคำหล่อ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/36 ถ.สวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.458/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค.2558 (ขับรถรับ – ส่งคนร้าย)

3.นางสาวอารยา หรือ กระแต ผลารักษ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 279/53 ถ.นครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.457/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค.2558 (ชี้เป้า)

ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่

นายศาตรา หรือ ตั้ม สุขสม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ม.1 ต.หนองโอ่ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.455/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค.2558 (หลบหนี) (ผู้ขับขี่ จยย.)

วันเวลา สถานที่เกิดเหตุ วันที่ 19 มิถุนายน 2558 เวลา17.09 น. ภายในบริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขา ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

วันเวลา สถานที่จับกุม วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 เวลาประมาณ 23.45 น. ที่ บก.สส.บช.น.

พร้อมของกลาง

- อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิทแอนด์เวสสัน สีดำ จำนวน 1 กระบอก
- อาวุธปืนขนาด .38 ยี่ห้อ ทอร์รัส สีเงิน จำนวน 1 กระบอก

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนยิง และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมฯ”

พฤติการณ์คือ ด้วยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 เวลา 17.09 น. เกิดเหตุคนร้ายสองคนใช้รถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะบุกปล้นถุงเงินสดจากพนักงานควบคุมรถขนเงิน หมายเลข 134 ของบริษัท โพรเกรส กันภัย จำกัด ที่ภายในบริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขา ถนนพระราม 1 ได้เงินสดเป็นเงินสกุลไทย และเงินสกุลต่างประเทศ รวมกันเป็นเงินจำนวน 13,165,387.29 บาท 

โดยพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้มีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะที่อุกอาจ และเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ

จากการสืบสวนสอบสวนร่วมกันของ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน, กองปราบ, บก.สส.บช.น., บก.น.6, สน.ปทุมวัน กองบัญชาการตำรวจนครบาลกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และ สน.ปทุมวัน โดยได้วิเคราะห์ข้อมูลแผนประทุษกรรมของ

กลุ่มคนร้ายในครั้งนี้จนกระทั่งสามารถสืบสวนทราบชื่อของกลุ่มคนร้าย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่ากลุ่มของคนร้ายได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จนกระทั่งศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้พิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด แล้วติดตามจับกุมผู้ต้องได้ 3 คน จากการสอบถามนายทวีวงศ์ หรือตูน ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่าได้คิดวางแผนก่อเหตุปล้นถุงเงิน ร่วมกับนายศาตรา หรือ ตั้ม มาเป็นระยะเวลา 1 ปี และได้สามารถลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ได้เพราะสบโอกาส โดยในวันที่ก่อเหตุ นายทวีวงศ์ ได้ให้นายมารุต หรือเบส เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อไปพบกับนายศาตรา หรือ ตั้ม ที่บริเวณศาลาซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอาคารทิปโก้ และแยกระนอง 1 ถ.เลียบทางรถไฟ 

จากนั้นได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เพื่อเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ โดยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮา รุ่นมีโอ เอ็มเอ็กซ์ 125 สีขาวน้ำเงิน โดยมี นายศาตรา หรือ ตั้ม เป็นผู้ขับขี่ และนายทวีวงศ์ หรือ ตูน เป็นผู้นั่งซ้อนท้าย เมื่อเดินทางไปถึงห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาถนนพระราม 1 ในครั้งแรกไม่พบรถตู้ขนเงินเป้าหมาย จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปโดยมี น.ส.อารยา หรือ กระแต ซึ่งเป็นภรรยาของนายทวีวงศ์ หรือ ตูน ได้ร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ด้วยโดยเป็นผู้ที่ชี้เป้าในวันเกิดเหตุให้กลุ่มคนร้าย จากนั้นได้วนเข้ามาในลานจอดรถ ชั้น 2 เป็นครั้งที่สอง โดยในครั้งนี้พบรถตู้ขนเงินเป้าหมายจอดอยู่ จึงได้ไปจอดรถรอที่บริเวณทางเข้า-ออกห้าง ชั้นที่ 2 ต่อมาได้พบพนักงานของรถขนเงินถือถุงเงินเดินมาที่บริเวณด้านท้ายของรถตู้ จึงได้ลงมือก่อเหตุ และหลบหนีไปพร้อมกับถุงเงินโดยได้นัดหมายกับนายมารุต หรือเบส ให้มารอรับที่บริเวณศาลาข้างอาคารทิปโก้และ แยกระนอง 1 ถ.เลียบทางรถไฟ 

จากนั้นได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และแยกกับนายศาสตรา หรือ ตั้ม โดยให้ไปนัดเจอกันอีกครั้งที่บริเวณริมกำแพง ใกล้ต้นโพธิ์ ชุมชนป้ายเจ็ด ถ.สวรรคโลก แขวงสวนจิตรลาด เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งมอบถุงเงินให้กับนายศาสตรา หรือ ตั้ม และต่อมาในภายหลังได้มีการแบ่งเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดให้แก่คนร้ายที่ร่วมลงมือก่อเหตุ นอกจากนนี้จากการสืบสวนยังพบว่ามี น.ส.อารยา หรือ กระแต ซึ่งเป็นภรรยาของนายทวีวงศ์ หรือตูน ได้ร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ด้วยโดยเป็นผู้ที่ชี้เป้าในวันเกิดเหตุโดยกลุ่มคนร้ายได้มีการแบ่งทรัพย์สินกันและนำไปใช้ซื้อทรัพย์สินต่างๆ เช่น บ้าน นาฬิกาโรเล็กซ์ สร้อยคอทองคำ พระเครื่อง ฯลฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสามารถตรวจยึดอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิทแอนด์เวสสัน สีดำ จำนวน 1 กระบอก และ อาวุธปืนขนาด .38 ยี่ห้อ ทอร์รัส สีเงิน จำนวน 1 กระบอก ซึ่งนายทวีวงศ์ ได้ให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่า เป็นอาวุธปืนที่ตนกับนายศาตรา หรือ ตั้ม ได้นำไปใช้ก่อเหตุจริง โดยหลังก่อเหตุได้นำไปฝากไว้กับนายมารุต แต่นายมารุต กลัวความผิดจึงได้นำไปซุกซ่อนไว้ในถังพลาสติกที่อยู่ระหว่างบ้านพักซึ่งใช้เป็นที่เก็บขวดน้ำพลาสติก โดยนาย ทวีวงศ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายมารุต ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้ร่วมมือกระทำความผิดจริง ส่วน น.ส.อารยา ผู้ต้องหาที่ 3 ให้การภาคเสธ และนายศาตรา หรือ ตั้ม สุขสม ผู้ต้องหาที่หลบหนี 1 หลบหนีไป โดยอยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ทั้งนี้ในการกระทำความผิดครั้งนี้ กลุ่มของคนร้ายได้ร่วมกันวางแผนลงมือกระทำความผิดในครั้งนี้เนื่องจากต้องการเงินนำไปใช้สอยเพื่อประโยชน์ส่วนตน  

- นายทวีวงศ์ หรือ ตูน ต้องการหาเงินไว้ใช้สำหรับต่อสู้คดีที่ตนถูกแจ้งดำเนินคดีที่ สน.ดินแดง ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อ 13 ส.ค.2556
มีประวัติถูกจับกุมข้อหา พกพาอาวุธปืนฯ ท้องที่ สน.นางเลิ้ง เมื่อ 29 ธ.ค.2552

- นายมารุต แก่นคำหล่อ มีประวัติถูกจับกุมข้อหา พรากผู้เยาว์ฯ ท้องที่ สภ.คลองหลวง เมื่อ 11 เม.ย.2549

- นายศาสตรา สุขสม มีประวัติ ถูกจับกุมข้อหา พยายามฆ่าฯ ท้องที่ สน.บุปผาราม เมื่อ 10 เม.ย.2554
และ ข้อหา ทำร้ายร่างกาย ท้องที่ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อ 19 มิ.ย.2547

ที่มา FB กองบัญชาการตำรวจนครบาล https://goo.gl/GQnaKS
Read more ...

ผบช.น.ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ ธ.กสิกรไทย โลตัสพระราม 1

7/7/58
ด้วยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 เวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ของ ธนาคารกสิกรไทย สาขาเทสโก้โลตัส ถนนพระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ได้เงินสดจำนวน 13,165,387.29 บาท แล้วหลบหนีไป คดีนี้คนร้ายก่อเหตุอุกอาจและเป็นที่สนใจของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้ การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น., พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ, พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต, พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ, พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.ตนิพนธ์ เจริญผล, พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง ผบช.น. ได้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดมา

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6, พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.6 และ บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันทำการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมทรัพย์สินที่สูญหายไปตลอดมา

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2558 เวลาประมาณ 17.00 น. จากการสืบสวนทราบว่า คนร้ายได้นำอาวุธปืนที่ใช้ในการกระทำความผิด และทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดบางส่วน มาซุกซ่อนไว้ที่บ้านพักในชุมชนป้ายเจ็ด แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายค้นบ้านพักดังต่อไปนี้

1. บ้านเลขที่ 1/6 ชุมชนป้ายเจ็ด แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

โดยมีนายวรวุฒิ แกนคำหล่อ เป็นผู้นำตรวจค้น ตามหมายค้นของอาญาที่ ค.237/2558 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2558 ผลการตรวจค้นพบ

1.อาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 SPECIAL TAURUS ลูกโม่ 5 นัด จำนวน 1 กระบอก

2.อาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 SPL. SMITH & WESSON 5 นัด จำนวน 1 กระบอก

3.อาวุธปืนไทยประดิษฐ ขนาด.22 จำนวน 1 กระบอก

4.อาวุธปืนอาวุธปืน ยี่ห้อ king calora สีน้ำเงิน จำนวน 1 กระบอก

5.ซองปืนพก จำนวน 4 ซอง (ผ้า 3 หนัง 1 )

6.ซองพลาสติกใส่ด้ามปืนยี่ห้อ HOGUE จำนวน 1 ซอง

7.กระสุน.38 SPL (ปลอกสีเงินหัวตะกั่ว) รวม จำนวน 27 นัด

8.กระสุนขนาด.22 ใส่ในกล่องกระดาษยี่ห้อ CCI จำนวน 38 นัด

9.กล่องใส่กระสุน 9 มม. ยี่ห้อ Bullet master สีดำ รวม จำนวน 14 นัด

10.แมกซีนใส่กระสุน GLock รวม จำนวน 15 นัด

11.ชุดทำความสะอาดปืน 2 ชุด

2.บ้านไม่มีเลขที่ ชุมชนป้ายเจ็ด ถนนสวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ

โดยมี เป็นผู้นำตรวจค้น ตามหมายค้นของอาญาที่ ค.238/2558 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2558 ผลการตรวจค้นพบ

1.หมวกนิรภัย ชนิดเต็มใบ แบบเปิดหน้า สีดำ จำนวน 1 ใบ

2.รองเท้าแบบผู้ชาย สีเทา จำนวน 1 คู่

3.เสื้อคลุมแบบผู้ชาย จำนวน 2 ตัว (สีน้ำตาลเข้ม 1 ตัว, สีน้ำเงิน 1 ตัว)

4.กระเป๋าล้อลาก สีเทา-ดำ จำนวน 1 ใบ

5.นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ Rolex จำนวน 1 เรือน

6.ไอแพด จำนวน 2 เครื่อง

7.ป้ายทะเบียน รถจักรยานยนต์ กรุงเทพฯ จำนวน 1 แผ่น

8.สมุดบัญชี ธนาคารกรุงเทพ จำนวน 2 เล่ม

9.สมุดบัญชี ธนาคาร กสิกรไทย จำนวน 1 เล่ม

10.สมุดคู่มือจดทะเบียน รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 เล่ม

11.บัตร เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ จำนวน 1 ใบ

12.เงินสด 30,020 บาท

ธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 6 ฉบับ

ธนบัตรฉบับละ 20 บาท จำนวน 142 ฉบับ

13.แหวนโลหะ สีทอง จำนวน 2 วง

14.แหวนโลหะ สีเงิน จำนวน 1 วง

15.สร้อยโลหะ สีเงิน จำนวน 1 เส้น

16.สร้องทองพร้อมพระเครื่องเลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น

17.สร้อยทองพร้อมจี้โลหะสีทอง จำนวน 1 เส้น

18.นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ TAG จำนวน 1 เรือน

19.แว่นกันแดด ยี่ห้อ เรแบน จำนวน 3 อัน

20.เอกสารสินเชื่อ จำนำทะเบียนรถยนต์ จำนวน 1 ชุด

21.แบบบ้านเฟื่องสุข 5 จำนวน 1 ฉบับ

22.กล่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ ไอโฟน จำนวน 3 กล่อง

23.มีดปลายตัด ยาวประมาณ 1 ฟุต จำนวน 2 เล่ม

3. บ้านเลขที่ 63/43 ชุมชนป้ายเจ็ด ถนนสวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ

ผลการตรวจค้นพบ

1.สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พร้อมพระหลวงพ่อโสธรเหลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น

2.ต่างหูทองคำน้ำหนักประมาณ 50 สตางค์ จำนวน 1 คู่

3.สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ จำนวน 1 เส้น

4.สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระสมเด็จเลี่ยมทอง 1 องค์ จำนวน 1 เส้น

5.สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พร้อมจี้ทองคำมะเส็ง 1 อัน จำนวน 1 เส้น

6.สร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ พร้อมจี้ 1 อัน จำนวน 1 เส้น

7.พระเลี่ยมทอง จำนวน 1 องค์

8.จี้ทองคำรูปหัวใจ จำนวน 1 อัน

9.แหวนทองคำฝังเพ็ชร จำนวน 1 วง

10.แหวนทองคำหนัก 50 สตางค์ จำนวน 5 วง

11.แหวนทองคำฝังพลอย จำนวน 3 วง

12.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย สาขา ถนนหลานหลวง จำนวน 1 เล่ม

13.แว่นสายตาสีชมพู จำนวน 1 อัน

14.ธนบัตรรัฐบาลไทยชนิดต่างๆ รวมเป็นเงิน จำนวน 23,160 บาท

15.เงินเหรียญ 127.50 บาท

16.โฉนดที่ดิน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จดทะเบียนเมื่อ 3 ก.ค.2558 จำนวน 1 ฉบับ

สำหรับอาวุธปืนและทรัพย์สินที่ตรวจค้นพบตามรายการดังกล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์การกระทำความผิดของคนร้ายต่อไป

ที่มา FBกองบัญชาการตำรวจนครบาล https://goo.gl/4mdtSE
Read more ...

2 คนร้ายชิงทรัพย์ถุงเงิน 8.4 ล้านบาท ธ.กสิกรไทย โลตัสพระราม1 หลบหนีลอยนวล

19/6/58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2558 เวลา 17.20 น. เกิดเหตุชิงทรัพย์ บริเวณลานจอดรถ ห้างโลตัส ถ.พระราม 1

ทรัพยสินที่ถูกประทุษร้ายคือ 

- เงินจำนวน 1 ถุง (ประมาณ 8.4 ล้านบาท)ของ ธ.กสิกรไทย สาขาโลตัส พระราม1
 
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ทราบว่า เวลาประมาณ 17.15 น. ได้มีพนักงานขนเงิน ของ ธ. กสิกรไทย สาขาโลตัส พระราม 1 ประกอบด้วย
 
1.นายเอกพันธ์ แจ้งสิทธิธาเวส (คนถูกล็อกกุญแจมือ)

2.นายยุทธพิชัย กลั่นประสม

3 นายณัฐวะฒน์ ใจแก้ว

ได้นำรถเข็นขนเงิน จากธนาคารกสิกรไทย ชั้น 3 ลงมา บริเวณที่จอดรถชั้น 2 เพื่อขนย้ายเงิน ทันใดนั้นได้มีคนร้าย 2 คน สวมหมวกกันน๊อค สวมเสื้อแจ๊คเก็ททั้ง 2 คน คนร้าย 1 คน ได้ใช้อาวุธปืนยิงขู่ 2 นัด และอีกคนใช้กุญแจมือล็อคคนายเอกพันธ์ไว้ แล้วชิงเงินจำนวน 1 ถุง (ประมาณ 8.4 ล้านบาท) ใช้รถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไป
Read more ...