แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปล้นทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปล้นทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด

สน.พญาไทรวบคนร้ายร่วมกันชิงทรัพย์

20/8/58
เมื่อวันที่ 20 ส.ค.58 เวลา 13.30 น.

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) พร้อมด้วย 
พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช 
พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ รอง ผบช.น. 
พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. 
พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชันเดช ผบก.น.6 
พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ ผบก.น.1 
พ.ต.อ.ชนาวิน พวงเพชร ผกก.สน.พญาไท 
พ.ต.ท.ปกรณ์ ภาวิไล รอง ผกก.สส.ฯ 

ร่วมแถลงข่าวจับ

1. นายมงคล หรือเฮด คำพิรานนท์ อายุ 24 ปี 

2. เด็กชายเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี 

ในคดีชิงทรัพย์พื้นที่สถานีตำรวจพญาไท

พ.ต.อ.ชนาวิน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไทได้รับแจ้งเหตุคนร้ายจำนวน 2 คนใช้อาวุธมีดสปาร์ต้าและเหล็กขูดฉาบจี้ชิ­งทรัพย์

นาย อภิสิทธ์ ยอดอินทร์ 

ได้เงินไป 13,000 บาทแล้วหลบหนี

บริเวณซอยพญานาค ด้านข้างโรงแรมเอเชีย แขวงเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดเข้าไปที่เกิดเหตุเ­พื่อตรวจสอบหาข้อมูลจนทราบตัวคนร้ายที่ก่อ­เหตุ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลเยาวชนและครอ­บครัวกลางอนุมัติหมายจับ

ต่อมาคนร้ายได้ก่อเหตุกับนักศึกษาสาวอีกแต­่ก่อเหตุไม่สำเร็จ และในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไทสามารถจับกุมเด็กชายเอได้ตามหมายจ­ับดังกล่าว ซึ่งจากการสอบปากคำผุ้ต้องหาให้การซักทอดว­่าตนเองได้ร่วมก่อเหตุกับนายมงคล คำพิรานนท์ ผู้ต้องหาที่ 1

หลังจากนั้นสามารถตามจับกุมตัวนายมงคลได้ใ­นที่สุด ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา

-ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน,
- พกพาอาวุธ(มีด)เข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือสาธารณะ โดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุอันควร 
Read more ...

สน.บุปผาราม จับ 2 ใน 5 เยาวชนก่อเหตุปล้นทรัพย์

12/7/58
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2558 เวลา 18.00 น. เจ้าพนักงานตำรวจภายใต้การอำนวยการของ

ว่าที่ พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม
พ.ต.ท.พิทักษ์ ปัญญาพร รอง ผกก.สส.สน.บุปผาราม
พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม
ร.ต.อ.อนันต์ สว่างอัมพร รอง สว.สส.สน.บุปผาราม
ร.ต.อ.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ รอง สว.สส.สน.บุปผาราม
ร.ต.ท.พิจักษณ์กฤษ นิธุรัมย์ รอง สว.(สส) สน.บุปผาราม
ด.ต.พิษณุ ตัสโต
ด.ต.เสงี่ยม วันเนา
ด.ต.พรชัย วิชัยโย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม

ได้ร่วมกันจับกุมตัว

1.นายมีน (นามสมมติ) ผู้ต้องหาที่ 1 อายุ 15 ปีเศษ (ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรีที่ จ.497/2558 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2558)

2.นายฮก (นามสมมติ) ผู้ต้องหาที่ 2 อายุ 17 ปีเศษ (ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรีที่ จ.499/2558 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2558)


พร้อมด้วยของกลาง

1. เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ
2. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 หมายเลขทะเบียน 3 กฬ 7290 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน

โดยกล่าวหาว่า " ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ร่วมกันพาอาวุธมืดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร "

เหตุเกิดที่ บริเวณแยกมารยาทดี (ใกล้สะพานพุทธ) แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เวลาประมาณ 01.15 น.

จับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่ บริเวณตรอกชั่งทอง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
จับกุมผู้ต้องหาที่ 2 ได้ที่ บริเวณกลางซอยวัดอัมพวา แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนเวลาจับกุม ตามวันเวลาเกิดเหตุผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ได้ร่วมกันกับพวก จำนวน 5 คน ใช้อาวุธมีดและรถจักรยานยนต์(ของกลางในคดี) เป็นพาหนะ ได้ก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย รวมมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น 72,380 บาท แล้วได้หลบหนีไป พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายจับไว้แล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานได้จับกุมตัวได้พร้อมกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Read more ...

จับกุมผู้ต้องหาปล้นทรัพย์ ธ.กสิกรไทย โลตัส พระราม 1 กว่า 13 ล้านบาท

7/7/58
 
 
 
ตามนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ให้ทุกพื้นที่เร่งรัดสืบสวนปราบปราม และจับกุมผู้กระทำความผิดในคดีอาญาทุกประเภท ตลอดจนคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และคดียาเสพติดอย่างต่อเนื่องตลอดมา

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 เวลา 11.30 น.
ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น., 
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก., 
พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น., 
พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รอง ผบช.น. , 
พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง ผบช.น. ได้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดมา

พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6, 
พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น.  
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป., 
พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 ป, 
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.6, 
บก.สส.บช.น., และ บก.ป. 

ได้ร่วมกันทำการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมทรัพย์สินที่สูญหายไปตลอดมา

ได้ร่วมกันทำการจับกุม

1.นายทวีวงศ์ หรือ ตูน หอมเนียม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/71 ถ.สวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.456/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค.2558 (คนซ้อนท้าย + ยิง)

2.นายมารุต หรือ เบส แก่นคำหล่อ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/36 ถ.สวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.458/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค.2558 (ขับรถรับ – ส่งคนร้าย)

3.นางสาวอารยา หรือ กระแต ผลารักษ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 279/53 ถ.นครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.457/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค.2558 (ชี้เป้า)

ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่

นายศาตรา หรือ ตั้ม สุขสม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ม.1 ต.หนองโอ่ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.455/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค.2558 (หลบหนี) (ผู้ขับขี่ จยย.)

วันเวลา สถานที่เกิดเหตุ วันที่ 19 มิถุนายน 2558 เวลา17.09 น. ภายในบริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขา ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

วันเวลา สถานที่จับกุม วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 เวลาประมาณ 23.45 น. ที่ บก.สส.บช.น.

พร้อมของกลาง

- อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิทแอนด์เวสสัน สีดำ จำนวน 1 กระบอก
- อาวุธปืนขนาด .38 ยี่ห้อ ทอร์รัส สีเงิน จำนวน 1 กระบอก

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนยิง และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมฯ”

พฤติการณ์คือ ด้วยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 เวลา 17.09 น. เกิดเหตุคนร้ายสองคนใช้รถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะบุกปล้นถุงเงินสดจากพนักงานควบคุมรถขนเงิน หมายเลข 134 ของบริษัท โพรเกรส กันภัย จำกัด ที่ภายในบริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขา ถนนพระราม 1 ได้เงินสดเป็นเงินสกุลไทย และเงินสกุลต่างประเทศ รวมกันเป็นเงินจำนวน 13,165,387.29 บาท 

โดยพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้มีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะที่อุกอาจ และเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ

จากการสืบสวนสอบสวนร่วมกันของ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน, กองปราบ, บก.สส.บช.น., บก.น.6, สน.ปทุมวัน กองบัญชาการตำรวจนครบาลกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และ สน.ปทุมวัน โดยได้วิเคราะห์ข้อมูลแผนประทุษกรรมของ

กลุ่มคนร้ายในครั้งนี้จนกระทั่งสามารถสืบสวนทราบชื่อของกลุ่มคนร้าย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่ากลุ่มของคนร้ายได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จนกระทั่งศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้พิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด แล้วติดตามจับกุมผู้ต้องได้ 3 คน จากการสอบถามนายทวีวงศ์ หรือตูน ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่าได้คิดวางแผนก่อเหตุปล้นถุงเงิน ร่วมกับนายศาตรา หรือ ตั้ม มาเป็นระยะเวลา 1 ปี และได้สามารถลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ได้เพราะสบโอกาส โดยในวันที่ก่อเหตุ นายทวีวงศ์ ได้ให้นายมารุต หรือเบส เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อไปพบกับนายศาตรา หรือ ตั้ม ที่บริเวณศาลาซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอาคารทิปโก้ และแยกระนอง 1 ถ.เลียบทางรถไฟ 

จากนั้นได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เพื่อเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ โดยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮา รุ่นมีโอ เอ็มเอ็กซ์ 125 สีขาวน้ำเงิน โดยมี นายศาตรา หรือ ตั้ม เป็นผู้ขับขี่ และนายทวีวงศ์ หรือ ตูน เป็นผู้นั่งซ้อนท้าย เมื่อเดินทางไปถึงห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาถนนพระราม 1 ในครั้งแรกไม่พบรถตู้ขนเงินเป้าหมาย จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปโดยมี น.ส.อารยา หรือ กระแต ซึ่งเป็นภรรยาของนายทวีวงศ์ หรือ ตูน ได้ร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ด้วยโดยเป็นผู้ที่ชี้เป้าในวันเกิดเหตุให้กลุ่มคนร้าย จากนั้นได้วนเข้ามาในลานจอดรถ ชั้น 2 เป็นครั้งที่สอง โดยในครั้งนี้พบรถตู้ขนเงินเป้าหมายจอดอยู่ จึงได้ไปจอดรถรอที่บริเวณทางเข้า-ออกห้าง ชั้นที่ 2 ต่อมาได้พบพนักงานของรถขนเงินถือถุงเงินเดินมาที่บริเวณด้านท้ายของรถตู้ จึงได้ลงมือก่อเหตุ และหลบหนีไปพร้อมกับถุงเงินโดยได้นัดหมายกับนายมารุต หรือเบส ให้มารอรับที่บริเวณศาลาข้างอาคารทิปโก้และ แยกระนอง 1 ถ.เลียบทางรถไฟ 

จากนั้นได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย และแยกกับนายศาสตรา หรือ ตั้ม โดยให้ไปนัดเจอกันอีกครั้งที่บริเวณริมกำแพง ใกล้ต้นโพธิ์ ชุมชนป้ายเจ็ด ถ.สวรรคโลก แขวงสวนจิตรลาด เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งมอบถุงเงินให้กับนายศาสตรา หรือ ตั้ม และต่อมาในภายหลังได้มีการแบ่งเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดให้แก่คนร้ายที่ร่วมลงมือก่อเหตุ นอกจากนนี้จากการสืบสวนยังพบว่ามี น.ส.อารยา หรือ กระแต ซึ่งเป็นภรรยาของนายทวีวงศ์ หรือตูน ได้ร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ด้วยโดยเป็นผู้ที่ชี้เป้าในวันเกิดเหตุโดยกลุ่มคนร้ายได้มีการแบ่งทรัพย์สินกันและนำไปใช้ซื้อทรัพย์สินต่างๆ เช่น บ้าน นาฬิกาโรเล็กซ์ สร้อยคอทองคำ พระเครื่อง ฯลฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสามารถตรวจยึดอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิทแอนด์เวสสัน สีดำ จำนวน 1 กระบอก และ อาวุธปืนขนาด .38 ยี่ห้อ ทอร์รัส สีเงิน จำนวน 1 กระบอก ซึ่งนายทวีวงศ์ ได้ให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่า เป็นอาวุธปืนที่ตนกับนายศาตรา หรือ ตั้ม ได้นำไปใช้ก่อเหตุจริง โดยหลังก่อเหตุได้นำไปฝากไว้กับนายมารุต แต่นายมารุต กลัวความผิดจึงได้นำไปซุกซ่อนไว้ในถังพลาสติกที่อยู่ระหว่างบ้านพักซึ่งใช้เป็นที่เก็บขวดน้ำพลาสติก โดยนาย ทวีวงศ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายมารุต ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้ร่วมมือกระทำความผิดจริง ส่วน น.ส.อารยา ผู้ต้องหาที่ 3 ให้การภาคเสธ และนายศาตรา หรือ ตั้ม สุขสม ผู้ต้องหาที่หลบหนี 1 หลบหนีไป โดยอยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

ทั้งนี้ในการกระทำความผิดครั้งนี้ กลุ่มของคนร้ายได้ร่วมกันวางแผนลงมือกระทำความผิดในครั้งนี้เนื่องจากต้องการเงินนำไปใช้สอยเพื่อประโยชน์ส่วนตน  

- นายทวีวงศ์ หรือ ตูน ต้องการหาเงินไว้ใช้สำหรับต่อสู้คดีที่ตนถูกแจ้งดำเนินคดีที่ สน.ดินแดง ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อ 13 ส.ค.2556
มีประวัติถูกจับกุมข้อหา พกพาอาวุธปืนฯ ท้องที่ สน.นางเลิ้ง เมื่อ 29 ธ.ค.2552

- นายมารุต แก่นคำหล่อ มีประวัติถูกจับกุมข้อหา พรากผู้เยาว์ฯ ท้องที่ สภ.คลองหลวง เมื่อ 11 เม.ย.2549

- นายศาสตรา สุขสม มีประวัติ ถูกจับกุมข้อหา พยายามฆ่าฯ ท้องที่ สน.บุปผาราม เมื่อ 10 เม.ย.2554
และ ข้อหา ทำร้ายร่างกาย ท้องที่ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อ 19 มิ.ย.2547

ที่มา FB กองบัญชาการตำรวจนครบาล https://goo.gl/GQnaKS
Read more ...

ผบช.น.ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ ธ.กสิกรไทย โลตัสพระราม 1

7/7/58
ด้วยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 เวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ของ ธนาคารกสิกรไทย สาขาเทสโก้โลตัส ถนนพระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ได้เงินสดจำนวน 13,165,387.29 บาท แล้วหลบหนีไป คดีนี้คนร้ายก่อเหตุอุกอาจและเป็นที่สนใจของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้ การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น., พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ, พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต, พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ, พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.ตนิพนธ์ เจริญผล, พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง ผบช.น. ได้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดมา

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6, พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.6 และ บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันทำการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมทรัพย์สินที่สูญหายไปตลอดมา

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2558 เวลาประมาณ 17.00 น. จากการสืบสวนทราบว่า คนร้ายได้นำอาวุธปืนที่ใช้ในการกระทำความผิด และทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดบางส่วน มาซุกซ่อนไว้ที่บ้านพักในชุมชนป้ายเจ็ด แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายค้นบ้านพักดังต่อไปนี้

1. บ้านเลขที่ 1/6 ชุมชนป้ายเจ็ด แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

โดยมีนายวรวุฒิ แกนคำหล่อ เป็นผู้นำตรวจค้น ตามหมายค้นของอาญาที่ ค.237/2558 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2558 ผลการตรวจค้นพบ

1.อาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 SPECIAL TAURUS ลูกโม่ 5 นัด จำนวน 1 กระบอก

2.อาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 SPL. SMITH & WESSON 5 นัด จำนวน 1 กระบอก

3.อาวุธปืนไทยประดิษฐ ขนาด.22 จำนวน 1 กระบอก

4.อาวุธปืนอาวุธปืน ยี่ห้อ king calora สีน้ำเงิน จำนวน 1 กระบอก

5.ซองปืนพก จำนวน 4 ซอง (ผ้า 3 หนัง 1 )

6.ซองพลาสติกใส่ด้ามปืนยี่ห้อ HOGUE จำนวน 1 ซอง

7.กระสุน.38 SPL (ปลอกสีเงินหัวตะกั่ว) รวม จำนวน 27 นัด

8.กระสุนขนาด.22 ใส่ในกล่องกระดาษยี่ห้อ CCI จำนวน 38 นัด

9.กล่องใส่กระสุน 9 มม. ยี่ห้อ Bullet master สีดำ รวม จำนวน 14 นัด

10.แมกซีนใส่กระสุน GLock รวม จำนวน 15 นัด

11.ชุดทำความสะอาดปืน 2 ชุด

2.บ้านไม่มีเลขที่ ชุมชนป้ายเจ็ด ถนนสวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ

โดยมี เป็นผู้นำตรวจค้น ตามหมายค้นของอาญาที่ ค.238/2558 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2558 ผลการตรวจค้นพบ

1.หมวกนิรภัย ชนิดเต็มใบ แบบเปิดหน้า สีดำ จำนวน 1 ใบ

2.รองเท้าแบบผู้ชาย สีเทา จำนวน 1 คู่

3.เสื้อคลุมแบบผู้ชาย จำนวน 2 ตัว (สีน้ำตาลเข้ม 1 ตัว, สีน้ำเงิน 1 ตัว)

4.กระเป๋าล้อลาก สีเทา-ดำ จำนวน 1 ใบ

5.นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ Rolex จำนวน 1 เรือน

6.ไอแพด จำนวน 2 เครื่อง

7.ป้ายทะเบียน รถจักรยานยนต์ กรุงเทพฯ จำนวน 1 แผ่น

8.สมุดบัญชี ธนาคารกรุงเทพ จำนวน 2 เล่ม

9.สมุดบัญชี ธนาคาร กสิกรไทย จำนวน 1 เล่ม

10.สมุดคู่มือจดทะเบียน รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 เล่ม

11.บัตร เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ จำนวน 1 ใบ

12.เงินสด 30,020 บาท

ธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 6 ฉบับ

ธนบัตรฉบับละ 20 บาท จำนวน 142 ฉบับ

13.แหวนโลหะ สีทอง จำนวน 2 วง

14.แหวนโลหะ สีเงิน จำนวน 1 วง

15.สร้อยโลหะ สีเงิน จำนวน 1 เส้น

16.สร้องทองพร้อมพระเครื่องเลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น

17.สร้อยทองพร้อมจี้โลหะสีทอง จำนวน 1 เส้น

18.นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ TAG จำนวน 1 เรือน

19.แว่นกันแดด ยี่ห้อ เรแบน จำนวน 3 อัน

20.เอกสารสินเชื่อ จำนำทะเบียนรถยนต์ จำนวน 1 ชุด

21.แบบบ้านเฟื่องสุข 5 จำนวน 1 ฉบับ

22.กล่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ ไอโฟน จำนวน 3 กล่อง

23.มีดปลายตัด ยาวประมาณ 1 ฟุต จำนวน 2 เล่ม

3. บ้านเลขที่ 63/43 ชุมชนป้ายเจ็ด ถนนสวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ

ผลการตรวจค้นพบ

1.สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พร้อมพระหลวงพ่อโสธรเหลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น

2.ต่างหูทองคำน้ำหนักประมาณ 50 สตางค์ จำนวน 1 คู่

3.สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ จำนวน 1 เส้น

4.สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระสมเด็จเลี่ยมทอง 1 องค์ จำนวน 1 เส้น

5.สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พร้อมจี้ทองคำมะเส็ง 1 อัน จำนวน 1 เส้น

6.สร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ พร้อมจี้ 1 อัน จำนวน 1 เส้น

7.พระเลี่ยมทอง จำนวน 1 องค์

8.จี้ทองคำรูปหัวใจ จำนวน 1 อัน

9.แหวนทองคำฝังเพ็ชร จำนวน 1 วง

10.แหวนทองคำหนัก 50 สตางค์ จำนวน 5 วง

11.แหวนทองคำฝังพลอย จำนวน 3 วง

12.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย สาขา ถนนหลานหลวง จำนวน 1 เล่ม

13.แว่นสายตาสีชมพู จำนวน 1 อัน

14.ธนบัตรรัฐบาลไทยชนิดต่างๆ รวมเป็นเงิน จำนวน 23,160 บาท

15.เงินเหรียญ 127.50 บาท

16.โฉนดที่ดิน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จดทะเบียนเมื่อ 3 ก.ค.2558 จำนวน 1 ฉบับ

สำหรับอาวุธปืนและทรัพย์สินที่ตรวจค้นพบตามรายการดังกล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์การกระทำความผิดของคนร้ายต่อไป

ที่มา FBกองบัญชาการตำรวจนครบาล https://goo.gl/4mdtSE
Read more ...

จับ 5 ใน 7 แก๊งปล้นรถขนอะไหล่ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจยาเสพติดคนขับรถบรรทุก

6/7/58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.58 เมื่อเวลา 10.00 น.
พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2
พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผกก.สส.ภาค 2
พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี ผกก.สภ.เมืองชลบุรี

ร่วมแถลงข่าวการจับกุม กลุ่มผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ปล้นทรัพย์รถบรรทุกอะไหล่รถยนต์ ประกอบด้วย

1. นายเฉลิมเกียรติ xxxxxx  อายุ 24 ปี  เขตบางพลัด กรุงเทพฯ อาชีพรับจ้างออแกไนซ์

2. นายพิษณุ สืบปรุ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 823/56 หมู่ 6 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา อาชีพ ค้าขาย

3. นายณรงค์ เวียงสมุทร อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130/43 หมู่ 6 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี อาชีพขับรถรับจ้าง

4. นายสมยศ เจริญชัย อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 9 ต.สิงห์โคก อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด อาชีพ รับจ้างทั่วไป และ

5. นายกังวานไพร ไชยพร อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 10 ต.ตรมไพร อ.ศัขรภูมิ จ.สุรินทร์ อาชีพพนักงานโรงงานสยามเด็นโซ่

พร้อมด้วยของกลาง

- รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียนหน้า กศ.8614 กรุงเทพฯ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง
- รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง ฒค 1419 กรุงเทพฯ
- รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70-7075 ฉะเชิงเทรา (ใช้ขนถ่ายสินค้าที่ปล้น)
- รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-2735 กทม.(คันที่ถูกปล้น)
- อาวุธปืน บีบีกัน 2 กระบอก
- เสื้อกั๊กสนามสีดำ คล้ายเสื้อตำรวจ
- โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง
- ป้ายแขวนคอมีตราสัญญลักษณ์ “สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด” หรือ ป.ป.ส.
- อะไหล่รถยนต์ของบริษัท สยาม เด็นโซ่ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด จำนวน 512 กล่อง ราคา 7 ล้านบาท


พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2558 เวลา 06.00 น. ขณะที่ นายธนเดช พ่วงรอด อายุ 40 ปี พนักงานขับรถบรรทุกได้ขับรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกอะไหล่รถยนต์ (หัวฉีดคอมมอนเรลของเด็นโซ 512 กล่อง 3,138 ชิ้น มูลค่า 7 ล้านบาท หากนำออกขายราคา 11-12 ล้านบาท)ออกจากโรงงานของบริษัท สยามเดนโซ่ มาตามถนนในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เพื่อไปส่งลูกค้าที่ อ.ศรีราชา 

ขณะขับออกมา 2 กิโลเมตร ได้มีกลุ่มคนร้าย 4 คน แต่งกายคล้ายทหาร ตำรวจ มีบัตรเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ใช้ รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ ติดไซเลน และ รถกระบะ ขับตามประกบข้างและแสดงตัว อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นรถ และตรวจสารเสพติดในร่างกาย และควบคุมตัวนายธนเดช ขึ้นรถเก๋ง ส่วนพวกที่เหลือขับรถบรรทุกหลบหนีไป แล้วขนถ่ายสินค้าออก ทิ้งรถบรรทุกไว้ห่างที่เกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความและติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ที่ บริเวณ ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 5 คน แต่ยังเหลือผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คน คือ

นายน็อต และ นายชัย 

ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่า หนึ่งในผู้ต้องหาที่หลบหนีไปดังกล่าวเป็นผู้จ้างวานให้ก่อเหตุในราคา 1.5 ล้าน ใช้เวลาวางแผน 10 วัน โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุเป็นพนักงานของโรงงานที่ชี้เป้าให้คนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ http://goo.gl/Uz2zRq
ไทยรัฐออนไลน์ http://goo.gl/0zD9Ca
Read more ...

สภ.โพธิ์กลาง โคราชจับ 2 ใน 4 ผู้ต้องหามอมยารูดทรัพย์

5/7/58

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

เมื่อวันที่ 5 ก.ค.58 เวลา 13.45 น. ที่ห้อง ศปก.สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา

พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา
พ.ต.อ.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง
พ.ต.อ.ราชศักดิ์ ญาณอุบล พงส.ผทค.ฯ
พ.ต.ท.วรวุฒิ เล็กสุนทร รอง ผกก.สส.ฯ
พ.ต.ท.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ สว.สส.
พ.ต.ต.ทัศนัย นคราวนากุล สวป.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

เเถลงข่าวการจับกุม ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ (มอมยา) จำนวน 2 คน คือ

1. นางศิริภา หรือปุ้ม ราชเสม อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1810/11 หมู่ 6 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ

2. นางรุ่งทิพย์ หรือหมู แสงสว่าง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/125 หมู่ 2 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ

พร้อมของกลาง

- สร้อยคอทองคำ 1 บาท
- แหวนทอง หนัก 50 สตางค์
- เงินสด 800 กว่าบาท

โดยมีพลทหารนายหนึ่ง สังกัดค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้เสียหาย ชี้ตัวยืนยันดำเนินคดี

พฤติการณ์ ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนร้ายเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ที่เคยก่อเหตุลักทรัพย์ด้วยการวางยา จะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ จึงพากำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ และได้พบผู้ต้องสงสัย 2 คน กำลังช่วยกันพยุงชายคนหนึ่งที่มีอาการคล้ายคนเมา ออกจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ขึ้น จยย. นั่งซ้อนสามขับขี่ออกไปอย่างน่าสงสัย

โดยหญิงคนขับขี่รถ จยย. คือนางศิริภา ได้ไปเปิดห้องพักรายวัน ย่าน ถ.สืบศิริ แล้วพาผู้เสียหายขึ้นไปบนห้องพัก ส่วนเพื่อนรออยู่ที่ รถ จยย. ผ่านไปประมาณ 20 นาทีจึงกลับออกมาจากห้องพัก ขึ้นรถ จยย. จะขับออกไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบทรัพย์สินของกลางอยู่ในตัวนางศิริภา เมื่อไปตรวจสอบที่ห้องพัก พบร่างผู้เสียหายนอนหมดสติอยู่ในห้อง จึงแจ้งกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ยอมรับว่าได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน คือ

นางศิริพร หรือรวีวรรณ โพนขาว (หัวหน้าแก๊ง มีหมายจับหลายท้องที่) (เคยถูกตำรวจกองปราบจับกุม เมื่อ 2 ส.ค.2556 http://goo.gl/9Yd4EQ )

ทำหน้าที่หายานอนหลับและขับรถรับส่ง และ

น.ส.เกต ไม่ทราบชื่อจริง 

ร่วมกันตระเวนขับ รถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ ทะเบียน ษย 3637 กทม. 

ตระเวนไปตามร้านอาหารและสถานบันเทิงต่าง ๆ หาเหยื่อเป็นชายหนุ่มที่มาคนเดียว หรือกลุ่มชายที่สวมใส่ของมีค่า เข้าไปตีสนิท ชวนดื่มเหล้าเบียร์ เมื่อเหยื่อเผลอเข้าห้องน้ำ ก็จะใส่ยานอนหลับผสมเครื่องดื่ม แล้วแสร้งชักชวนเหยื่อไปร่วมหลับนอน โดยแยกออกจากกลุ่มเพื่อน

ก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่ ใน จ.นครราชสีมา ก่อเหตุ 3 ครั้ง จังหวัดอื่น ๆ 14 ครั้ง ได้ทรัพย์สินนำไปขาย แบ่งเงินใช้เที่ยวเตร่ ซื้อเครื่องสำอาง

แจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามผู้เสียหายคนอื่นมาร้องทุกข์ดำเนินคดี และติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา นสพ.ไทยรัฐออนไลน์ เมื่อ 5 ก.ค.2558 http://goo.gl/R74rpy
Read more ...

สน.บางเสาธง และ สน.ศาลแดง จับกุมผู้ต้องหาปล้นทรัพย์

5/7/58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2558 เวลา 23.00 น. เกิดเหตุ ปล้นทรัพย์  โทรศัพท์มือถือ iphone 5 ของ

น.ส.เมธิณี  (ปกปิดนามสกุล) อายุ 22 ปี  นักศึกษา สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จ 

เหตุเกิดที่บริเวณซอยวัดมะพร้าวเตี้ย  แขวงคลองขวาง  เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ กล่าวคือ ตามวันเวลาเกิดเหตุ ขณะผู้เสียหายกำลังเดินอยู่

ได้มีคนร้ายจำนวน 3 คน ขับขี่ รถ จยย. จำนวน 2 คัน  ประกอบด้วย

1.นายกฤษฎา เสนาพิทักษ์  เป็นผู้ขับขี่ รถ จยย.ทะเบียน องบ 729 กทม.

2.นายสิทธิพร แสงเฟื่อง  เป็นผู้นั่งซ้อนท้าย 

3.ชายไม่ทราบชื่อ (ยังจับกุมตัวไม่ได้) เป็นผู้ขับขี่ รถ จยย.ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน

โดยขับขี่รถมาจากปากซอยวัดมะพร้าวเตี้ย เข้ามาหาผู้เสียหาย แล้วคนซ้อนทายได้กระชากเอาโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายไป แต่ผู้เสียหายขัดขืน จึงถูกทำร้ายร่างกาย

ขณะนั้นมีพลเมืองดี ทราบชื่อ

นายยุทธนา สุ่มส้ม  และ นายชาญณรงค์ แก้วรักษ์  เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต๊กตึ้ง 

ผ่านมาประสบเหตุ จึงได้ไล่ติดตามรถ จยย.ของผู้ต้องหา จนมาถึงบริเวณหน้าหมู่บ้านวัชระธานี ถ.บางแวก ท้องที่ สน.ศาลาแดง พบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจู่โจม สน.ศาลาแดง ตัดสินใจขับรถชน รถ จยย.ของผู้ต้องหาทั้งสอง ทำให้รถล้มลง และสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองไว้

ส่วนผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งขับรถ จยย.หลบหนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
Read more ...

ศูนย์สืบสวน บช.น.จับแก๊งปล้นทรัพย์ ท้องที่ สน.บึงกุ่ม สน.หัวหมาก

12/6/58
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.58 เวลา 11.30 น.

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาของ บช.น.
ตำรวจศูนย์สืบสวน บช.น. และ
ตำรวจ สน.หัวหมาก

แถลงข่าวจับกุม

นายไชยรบ เอื้อนจิตร อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106/512 ซ.เคหะร่มเกล้า 31 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. (ตามหมายจับศาลอาญา หมายจับที่ 1188/2558 ลงวันที่ 9 มิ.ย.58)

พร้อมของกลาง

- โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ เอไอเอส รุ่น ลาวา  1 เครื่อง
- รถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ สีแดง 1 คัน
- อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก

ข้อหา ปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร

จับกุมที่ใต้แฟลต 2 เคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.58 เวลา 12.30 น.

พฤติการณ์ เมื่อ 27 พ.ค. 58 เวลากลางคืน นายไชยรบฯ พร้อมพวกรวม 7 คน ได้ขับขี่ รถ จยย. จำนวน 3 คัน คือ
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซูเมอร์เอ็กซ์ สีฟ้าดำ
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ125 สีแดง
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิก สีชมพูดำ
ก่อเหตุปล้นทรัพย์หลายคดี ในหลายท้องที่ ดังนี้

1. ก่อเหตุปล้นทรัพย์ นายสมศักดิ์ วิทยกิจพิพัฒน์ และ น.ส.ชุติมา การิกาญจน์  ที่กำลังขับขี่ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ ที่บริเวณ ปาก ซ.ศรีบูรพา 11 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.  ท้องที่ สน.บึงกุ่ม ได้ทรัพย์สิน
- โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่น แกรนด์1 สีขาว
- โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่น แกรนด์2 สีขาว
- เงินสด 200 บาท

2. ก่อเหตุปล้นทรัพย์ นายกฤตเมธ โภคทรัพย์ และ นายวีรภัทร พิจารณ์สรรค์ ผู้เสียหาย ที่กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ คาวาซากิ รุ่น เคเอสอาร์ สี ดำ-ชมพู ที่บริเวณ ถ.พ่วงศิริ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ท้องที่ สน.หัวหมาก ได้ทรัพย์สิน
- นาฬิกา ยี่ห้อ CASIO รุ่น G Shock 1 เรือน
- เงินสด 100บาท
- โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ เอไอเอส รุ่น ลาวา

โดยทั้งสองเหตุ ผู้ต้องหากับพวกได้ใช้อาวุธมีด, อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ และอาวุธปืนปากกา .22 เป็นอาวุธก่อเหตุ แล้วนำทรัพย์สินไปขาย นำเงินมาแบ่งกัน

3. ก่อเหตุพยายามปล้นทรัพย์ นายพสิษฐ์ ธนชัยบุญรัตน์ หรือ ออดี้ นักร้องชื่อดัง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ที่บริเวณ ปากซ.นวมินทร์ 32 ถ.นวมินตร์ แขวงคลองจั่น เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป

4. ผู้ต้องหายอมรับเคยก่อเหตุที่บริเวณวัดบำรุงรื่น แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ และ ที่บริเวณ หมู่บ้านปฐวิกรณ์ ถ.เกษตร-นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ  มาก่อน

ตรวจสอบประวัติ เคยถูกจับกุมข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ท้องที่ สน.ร่มเกล้าอีกด้วย
Read more ...

สายตรวจ สน.โชคชัย จับแก๊งกระชากกระเป๋า

11/6/58
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 07.15 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่าย ป.สน.โชคชัย  ภายใต้การนำโดย พ.ต.ท.พรทวี  สมวงค์ รอง ผกก.ป.ฯ และ พ.ต.ท.สมชาย  ภัทรกุลดิลก สวป.ฯ  กำลังประกอบด้วย ร.ต.อ.ไพรัตน์  กองแก้ว, ร.ต.อ.มนตรี ศรีวัฒนฤทธิ์ และ ร.ต.อ.นิติพงศ์ มหศักดิ์สุนทร รอง สวป.ฯ  ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบมาถึง

บริเวณ ซ.ลาดพร้าว 93 ใกล้กับริมคลองจั่น  

ได้ยิน เสียงผู้หญิงร้องเอะอะโวยวาย จึงได้รีบเข้าไปทำการตรวจสอบโดยทันที เมื่อไปถึงพบ

นายชัชชัย หรือนายอ๋อง ปรีรัตน์ ผู้ต้องหา กับพวกที่หลบหนีอีก 2 คน 

นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ  เอ็มเอสเอ็กซ์ สีดำ – แดง  แล้วกระชากกระเป๋าจากหญิงผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายยื้อไว้จนผู้ต้องหาได้ชักอาวุธมีดออกมาเพื่อข่มขู่ 

ขณะนั้นมีพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาหลายคน ผู้ต้องหาจึงได้เสียหลักล้มตกลงในคลองจั่นพร้อมกับกระเป๋าของผู้เสียหาย จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ 

ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ได้ขับรถหลบหนีไป   ต่อมาจากการตรวจค้นกระเป๋าสะพายที่ผู้ต้องหาสะพายหลังอยู่ พบว่ามีกระเป๋าถืออยู่ภายในอีก 2 ใบ  

จากการขยายผลทราบว่าใบที่หนึ่ง ได้วิ่งราวเอามาจากผู้เสียหายที่ ถ.พหลโยธิน (ติดตามผู้เสียหายมาชี้ยืนยันเรียบร้อย) ส่วนกระเป๋าอีกใบผู้ต้องหารับว่าก่อเหตุมาจาก ถ.นาคนิวาส แต่ไม่ทราบจุดแน่นอน    

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกับพวกที่หลบหนีปล้นทรัพย์”  และได้แจ้งให้ พงส.สน.พหลโยธิน มาอายัดดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่งต่อไป 

ชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
Read more ...

เหตุปล้นรถ จยย. โดยใช้อาวุธท้องที่ สน.หัวหมาก

5/6/58

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 05.15 น.

ได้เกิดเหตุ คนร้าย 3 คน ใช้รถ จยย. ยี่ห้อเคเอสอาร์ (KSR) สีดำ จำทะเบียนไม่ได้ ขับปาดหน้า โดยใช้อาวุธมีดและปืน ขู่บังคับให้ลงจากรถ และให้ส่งกระเป๋าสตางค์

ทรัพย์สินที่คนร้ายได้

- รถ จยย.ยี่ห้อเรียวกร้า (ผลิตในจีน)สีฟ้า
- กระเป๋าสตางค์แบบถือของผู้ชาย 1ใบ มีเงินสด 1,400 บาท

เหตุเกิดที่ หน้าร้านผาแดง บน ถ.ศรีนคริทร์ มุ่งหน้าแยกกรุงเทพกรีฑา หัวหมาก บางกะปิ กทมหลบหนีไปทางมอเตอร์เวย์หรือศรีนครินทร์ขาออก

ผู้เสียหายชื่อ: นาย ประยูร พุ่มพวง อายุ 30 ปี
Read more ...

ลาดพร้าวจับ 2 สาว ร่วมกันชิงทรัพย์รถ จยย.

26/5/58

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.58 เวลาประมาณ 02.25 น.

ศูนย์วิทยุเสรีไทยได้แจ้งเหตุคนร้ายเป็นหญิง 2 คน ร่วมกันชิงทรัพย์รถ จยย.ที่บริเวณปาก ซ.ศรีบูรพา 17 แล้วขับขี่รถหลบหนี

สวป.สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าทีสายตรวจ สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วและฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว จึงรีบติดตามหาตัวจนกระทั่งเวลาประมาณ 02.50 น. ได้มาเจอคนร้ายทั้ง 2 คือ

1.น.ส.เอ อายุ 16 ปี

2.น.ส.บี อายุ 17 ปี

พร้อมด้วยของกลาง

- รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดงขาว ทะเบียน ฬตอ-189 กทม
- อาวุธมีดหัวตัดยาวประมาณ 35 ซม.

เมื่อเรียกผู้เสียหายมาตรวจสอบ ได้ชี้ยืนยันตัวคนร้ายทั้ง 2 และ รถ จยย.ของกลาง จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.ดำเนินคดี ในข้อหา"ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธ"
Read more ...

สน.ท่าข้าม จับแก๊งขับรถ จยย.ชนท้ายรถยนต์ผู้หญิง แล้วรุมทำร้ายชิงทรัพย์กลางวันแสก ๆ

3/11/56
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ เมื่อ 3 พ.ย.2556

กรณี สน.ท่าข้ามจับกุมตัว

1. นายบุญลิขิต หรือเอ็ม สุดสะอาด อายุ 24 ปี

เพิ่งปลดประจำการจากทหารเกณฑ์ (ทหารเรือ) มาประมาณ 4 เดือน และยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง

ผู้ต้องหาคดีปล้นทรัพย์ ที่ร่วมกับพวกอีก 2 คน ก่อเหตุขับขี่ รถ จยย.จำนวน 2 คัน คือ

- รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกูปปี้ไอ สีฟ้าคาดขาว และ 
- รถ จยย.ยี่ห้อและรุ่นเดียวกัน สีขาว 

ตระเวนปล้นทรัพย์ประชาชน โดยทำทีขับรถชนท้ายรถยนต์ของผู้เสียหาย พอผู้เสียหายลงมาดู ก็จะรุมทำร้าย ก่อนชิงทรัพย์สินหลบหนี

ตำรวจ สน.ท่าข้ามขยายผลทราบว่า คนร้ายแก๊งนี้ได้ร่วมกันก่อเหตุมาแล้ว 11 ครั้ง

สาเหตุที่นายบุญลิขิต หรือเอ็ม ถูกจับกุม ก็เนื่องมาจาก คนร้ายทั้งสามได้ร่วมกันปล้นรุมทำร้าย

นางธัญลักษณ์ ปิติเศรษฐการ อายุ 65 ปี กรรมการบริหารบริษัทโซเล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตกุญแจโซเล็กซ์  

แต่โชคดีมีพลเมืองดีขับรถผ่านมาให้การช่วยเหลือและพุ่งชนแก๊งคนร้ายจนนายบุญลิขิต ได้รับบาดเจ็บ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม

ล่าสุดเมื่อ 3 พ.ย.2556 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท ผกก.สน.ท่าข้าม เปิดเผยว่า คนร้ายที่หลบหนีไปคือ

2. นายชัยวุฒิ พิทักษ์คุณทักษ์วุฒิ หรือปั๊ม อายุ 20 ปี 

ตรวจสอบประวัตินายชัยวุฒิ เคยถูกจับกุมคดีครอบครองยาเสพติด และครอบครองอาวุธปืน ท้องที่ สน.บุคคโล และยังมีคดีหนีประกันชั้นศาลอุทธรณ์ เมื่อต้นปี 2556 ด้วย

3. นายสมยศ เกียรติผดุงวงศ์ หรือทอช อายุ 20 ปี 

ตรวจสอบประวัตินายสมยศเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดได้ 2 เดือน

ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้ามจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับคนร้ายทั้งสองมาดำเนินคดีต่อไปขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุญาตศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับต่อไป ขณะที่ นายบุญลิขิต ได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหาแล้ว.
Read more ...