แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลักรถ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลักรถ แสดงบทความทั้งหมด

ตำรวจภาค 5 ทลายโกดังชำแหละรถถูกโจรกรรมรายใหญ่

29/11/58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2558 เวลา 09.30 น.

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค 5
พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5
พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5
พล.ต.ต.มนตรี สัมบุญณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่
พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5
พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำชุดปฏิบัติการ ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตำรวจภูธรภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจค้น

โกดังชำแหละรถ ในเนื้อที่ 5 ไร่ เลขที่ 23/1 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

โดยตำรวจอายัดรถยนต์ประมาณ 150 คัน ไว้ตรวจสอบ

และควบคุมตัวบุคคลจำนวน 6 คนไว้ โดยมี

นายอนุสรณ์ แซ่หลิว อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 23/1 ต.หนองหาร อ.สันทรายเชียงใหม่ รับเป็นเจ้าของโกดัง

ยอมรับว่ารับซื้อ รับจำนำรถจากคนร้ายทุกรูปแบบ โดยมีฉายาในวงการแข่งรถว่า

“ไก่แม่โจ้ หรือ ไก่ TKL ลิสชิ่ง”

ลูกจ้างประกอบด้วย

นายนันทกร ปัญญา อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 30/4 หมู่ 9 ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

นายอภิชาต บุญโสภา อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 10 หมู่ 6 ต.บางกระทุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก

นายณัฐดนัย วรรณยศ อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 106 หมู่ 3 ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

นายเซี่ยวเต๋อ แซ่ห่ม อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 283 หมู่ 10 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

นายวีระพล แซ่ปี อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 89 หมู่ 2 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่


ตรวจสอบรถของกลาง บางส่วนเป็นรถที่แจ้งความถูกลักไว้ และตำรวจจะได้ทำการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1448706860 
Read more ...

พม่า แก๊งลัก จยย. แทงตำรวจปากน้ำชุมพรที่มาตรวจสอบเสียชีวิต

14/7/58
เมื่อ 12 ก.ค.58 เวลา 23.00 น. ที่สะพานปลา ม.8 ต.ปากน้ำ อ.เมือง ชุมพร

ด.ต.ไพบูลย์ สมวัง ผบ.หมู่(ป.) สภ.ปากน้ำชุมพร อายุ 47 ปี ได้รับแจ้งมีคนร้ายนำรถ จยย. ถูกลักมา มาขาย จึงไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบ นายซู อายุ 22ปี ชาวพม่าหลบหนีเข้าเมือง คนร้าย

แต่คนร้ายขัดขืน ใช้มีดแทงเข้าชายโครงขวาของ ด.ต.ไพบูลย์ ทำให้เสียชีวิต แล้ววิ่งหลบหนีเข้าป่า แต่ตำรวจนำกำลังล้อมจับกุมไว้ได้

คนร้ายสารภาพ ลักรถมาจากตลาดปากน้ำชุมพร ก่อนเกิดเหตุเล็กน้อย เพื่อนำมาขายต่อให้คนพม่าด้วยกันในที่เกิดเหตุ

ที่มา http://goo.gl/E75LTI
Read more ...

โจรพม่าแทงตำรวจปากน้ำชุมพรเสียชีวิต

13/7/58
เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2558 

มีการรายงานเหตุคดีอุกฉกรรจ์ ของ สภ.ปากน้ำชุมพร 

เหตุ ฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่

ผู้ตาย ด.ต.ไพบูลย์ สมหวัง ผบ.หมู่(ป) สภ.ปากน้ำชุมพร อายุ 47 ปี

ผู้ต้องหา นายซู ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมาร์ อายุ 22 ปี

เหตุเกิดที่ สะพานปลา หมู่ที่ 8 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 12 ก.ค.58 เวลา 23.00 น. 

พฤติการณ์ ตามวันเวลาเกิดเหตุ ผู้ตายได้รับแจ้งว่ามีชายพม่าต้องสงสัยว่าลัก จยย. แล้วนำมาบอกขายให้ชาวเมียนมาร์ย่านที่เกิดเหตุ ผู้ตายจึงเข้าไปตรวจสอบ เมื่อไปถึง ได้แสดงตัวและสอบถาม ผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายต้องสงสัยที่ได้ลักรถ จยย.ทะเบียน 1 กค -6346 ชุมพร มาจริง 

เมื่อผู้ต้องหา ทราบว่าเป็นตำรวจ จึงชักเอาอาวุธมีดออกมา ผู้ตาย ได้ถอยมาตั้งหลัง ผู้ต้องหาได้เข้ามาใช้มีดแทงผู้ตาย 1 ครั้ง เข้าชายโครงด้านขวา ล้มลง 

จากนั้นวิ่งหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่าหญ้ารก พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รรท.ผกก.สภ.ปากน้ำชุมพร พร้อม  ชุดสืบสวน สายตรวจ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าปิดล้อมป่าหญ้ารก แล้วเดินล้อมเข้าไป กระทั่งสามารถเข้าไปจับกุมผู้ต้องหาได้ 
     
สอบสวนขยายผล ทราบว่า ผู้ต้องหาลักรถ จยย. มาจากตลาดปากน้ำชุมพร ก่อนเกิดเหตุเล็กน้อย ห่างจากจุดเกิดเหตุ 1.2 กม. แล้วนำมาขายให้ชาวเมียนมาร์ด้วยกัน 

ข้อหา ฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่โดยผิดกฎหมาย นำส่ง พงส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
Read more ...

สายตรวจ สน.ท่าข้าม จับแก๊งเยาวชนลักรถจักรยานยนต์จำนวนมาก

24/6/58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2558 เวลา  03.30 น. น.จนท.ตำรวจสายตรวจ สน.ท่าข้าม ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 6 คน คือ

1.นายเอ อายุ 15 ปี

2.ด.ช.บี อายุ 14 ปี

3.นายซี อายุ 17 ปี

4.น.ส.ดี อายุ 15 ปี

5.นายอี อายุ 15 ปี

6.ด.ช.เอฟ อายุ 11 ปี

พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 5 คัน ดังนี้

1.รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ซีแซดไอ สีขาวแดง ทะเบียน 1กบ422 กทม.(ลักมาจากเอกชัย 52)

2.รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟแซด สีดำ ทะเบียน พตต-833 กทม.(ลักมาจากบางบอน 3)

3.รถจยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟแซด สีแดง ทะเบียน พกษ991 กทม.(ลักมาจากบางบอน 5)

4.รถ จยย.ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นคาเซ่ สีน้ำเงิน ทะเบียน พขพ 671 กทม.(ลักมาจากเอกชัย 45)

5.รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า ดรีม สีขาว ไม่ติดป้ายทะเบียน (ลักมาจากเอกชัย 72)

พฤติการณ์เบื้องต้น  จนท.ตำรวจสายตรวจได้เรียกตรวจค้นรถ จยย.ผู้ต้องหาที่ได้หลบหนีการตรวจค้น จึงได้เรียกกำลังติดตาม จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 6 คน พร้อมรถ จยย.จำนวน 4 คัน และได้ติดตามเพิ่มเติมได้อีก 1 คัน รวม 5 คัน ซึ่งจอดทิ้งไว้บริเวณ ซอยบางบอน 4  เบื้องต้น ทั้งหมดให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ลักรถ จยย. ทั้งหมดมาจริง 
    
ตรวจสอบแล้ว แจ้งหายที่ สน.บางขุนเทียนจำนวน 3 คัน อีก 2 คัน อยู่ระหว่างตรวจสอบ
Read more ...

สน.หัวหมากจับแก๊งลักรถ จยย.ภายในสนามกีฬาหัวหมาก

30/5/58
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 11.00 น.

กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.,
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต,
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ,
พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช,
พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง,
พล.ต.ต.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูร,
พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล,
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น.

แถลงข่าว

บก.น.4 นำโดย

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.น.4,
พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ,
พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์,
พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รอง ผบก.น.4,
พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก,
พ.ต.ท.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก,
พ.ต.ท.พลเชฏฐ์ วังเมือง,
ร.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ สว.สส.สน.หัวหมากและ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก

ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว

1.นาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1)

2.ด.ช. บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี (ผู้ต้องหาที่ 2)

3.นาย นริศ ชะนะชัย อายุ 23 ปี (ผู้ต้องหาที่ 3)
4.นาย ซี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี (ผู้ต้องหาที่ 4)

5.นาย วัชรกร เลิศด้วยธรรม อายุ 19 ปี (ผู้ต้องหาที่ 5)

สถานที่ตรวจค้น/จับกุม อาคาร 12 สนามกีฬาหัวหมาก (กกท.) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 

จากการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 รับว่าได้พักอาศัยอยู่ที่ ห้องพักเลขที่ 308 ซ.รามคำแหง 53 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ แจ้งว่าได้มีผู้ต้องหาที่ 3, 4 และ 5 ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์(รถจักรยานยนต์) และได้ติดตามยึดรถจักรยานยนต์ได้คืนอีกจำนวน 5 คัน ที่คนร้ายก่อเหตุเขตท้องที่ อาทิเช่น สน.สุทธิสาร, สน.โชคชัย, สน.คลองตัน, สน.บางชัน และ สน.ห้วยขวาง

พร้อมของกลาง

1.รถจักรยานยนต์(ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว จำนวน 1 คัน(ของผู้เสียหายที่ผู้ต้องหาลักทรัพย์ไป)

2.รถจักรยานยนต์(ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน(รถที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ)

3.หมวกนิรภัย ยี่ห้อ AVEX แบบเต็มใบสีขาว จำนวน 1 ใบ

4.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิ๊กไอ 125 สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เลขตัวรถ MLHJF3500F5195037 จำนวน 1 คัน

5.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ110 สีน้ำเงิน-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เลขตัวรถMLHJA144D5300426จำนวน 1 คัน

6.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อควาวาซากิ รุ่นเอเอสอาร์ สีแดง-ดำ ทะเบียน ษลธ-310 กรุงเทพฯ จำนวน 1 คัน

7.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูโม่เอ๊กซ์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เลขตัวรถ MLHJF3822D5027216 จำนวน 1 คัน

8.แผ่นป้ายทะเบียน 1กฐ-3826 เชียงใหม่ จำนวน 1 แผ่น(อยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ตามบันทึกตรวจยึด ลำดับที่ 1)

9.แผ่นป้ายทะเบียน 1 กภ-1932 กรุงเทพฯ จำนวน 1 แผ่น

10.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อทรู สีดำ จำนวน 1 เครื่อง

11.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง

12.หมวกนิรภัย INDEX สีขาวเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

13.หมวกนิรภัย INDEX สีดำเต็มใบ รุ่นสกายไลน์ จำนวน 1 ใบ

14.หมวกนิรภัย Real สีดำเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

15.หมวกนิรภัย AVEX สีดำลายขาว-แดง จำนวน 1 ใบ

16.หมวกนิรภัย ARAI สีดำเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

17.หมวกนิรภัย STAR สีดำเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

18.หมวกนิรภัย INDEX สีดำเต็มใบ ลายรูปปืน จำนวน 1 ใบ

19.หมวกนิรภัย HJL สีชมพู-ดำเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

20.อาวุธมีดปลายแหลม จำนวน 2 เล่ม

ข้อหา“ร่วมกันลักทรัพย์(รถจักรยานยนต์)โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป”

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2558 เวลาประมาณ 07.45 น. ขณะตำรวจ สน.หัวหมาก ปฏิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามกีฬาหัวหมาก (กกท.)ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 ได้ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายได้พร้อมด้วยของกลาง จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ร่วมไปตรวจสอบเหตุดังกล่าวพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน(ทราบชื่อและนามสกุลภายหลัง)พร้อมด้วยของกลาง 

จากการซักถามผู้ต้องหาทั้ง 2 รับว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์(ตามรายการของกลางลำดับที่ 1) ที่บริเวณลานจอดรถใกล้อาคาร 12 ภายในบริเวณสนามกีฬาหัวหมาก (กกท.) จริง

โดยในขณะที่ผู้ต้องหาที่ 2เป็นผู้ที่นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์(ตามรายการของกลางที่ 1) มีผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์(ตามรายการของกลางลำดับที่ 2)และได้สวมหมวกนิรภัย (ตามรายการของกลางที่ 3)และได้ใช้เท้าข้างขวาดันรถจักรยานยนต์คันที่ลักไปเพื่อหลบหนีออกไปทางช่องประตูทางเข้าออกที่ 4 สนามกีฬา (กกท.) 

ผู้เสียหายขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของตนเอง จึงได้ใช้วิทยุแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตู 4 ช่วยสกัดจับกุมตัวไว้ได้และผู้เสียหายได้ติดตามไปจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีต่อไป

ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผล ผู้ต้องหาทั้งสองได้ร่วมกันลักรถจักรยานยนต์อีกหลายครั้งในหลายท้องที่และได้เดินทางไปทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้เพิ่มอีกจำนวน 4 คัน (ของกลางรายการที่ 4- 7 ) แผ่นป้ายทะเบียนจำนวน 2 ป้าย (ของกลางรายการที่8,9 ) โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง (ของกลางรายการที่ 10,11) หมวกนิรภัย จำนวน 8 ใบ (ของกลางรายการที่ 12-19) อาวุธมีดปลายแหลมจำนวน 2 เล่ม (ของกลางรายการที่ 20) และสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดได้เพิ่มอีก 3 คน (ผู้ต้องหาที่ 3,4 และ 5) ซึ่งได้แจ้งความรถหายไว้ที่ สน.สุทธิสาร, สน.บางชัน, สน.โชคชัย และ สน.คลองตันผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

ที่มา FB กองบัญชาการตำรวจนครบาล https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1762918677268591.1073741990.1536730306554097&type=1
Read more ...

จับตำรวจปลอมยึดรถ จยย.นักศึกษาสาวไปตรวจสอบหวังโจรกรรม

31/3/58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2558

ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี จับกุม

นายสาโรจน์ ศรีรุ่งเรือง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210/141 หมู่ 5 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

เนื่องจาก อ้างตัวเป็นตำรวจ จะตรวจยึดรถ จยย.ของ

น.ส.กันยารักษ์ ภัทรอภิรักษ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 416/13 ต.มะขามหย่ง อ.เมือง จ.ชลบุรี นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปี 2 (ปวส.2) วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยเบญจบริหารธุรกิจ ชลบุรี 

ขณะขี่รถจักรยานยนต์มาซื้อกับข้าวบริเวณในถนนชัยชนะ ตำบลบาลปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี

น.ส.กันยารักษ์ กล่าวว่า นายสาโรจน์เรียกจอดรถ แล้วขอตรวจใบขับขี่และคู่มือรถ ตนจึงขอดูบัตรตำรวจ แต่นายสาโรจน์ เอาไปขับขี่มาให้ดู จึงขอโทร.บอกพ่อก่อน นายสาโรจน์จึงเดินหนีไปทันที จึงรีบแจ้งพ่อและแจ้งตำรวจมาจับกุมดังกล่าว

สอบสวน นายสาโรจน์ ให้การว่า ตนทำงานเฝ้าบ่อปลาที่คลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ไปหาเพื่อนที่ตัวเมืองชลบุรีมา และได้เสพยาบ้ามา 1 เม็ด เห็น น.ส.กันยารักษ์ ขี่รถจักรยานยนต์มาพอดี จึงอ้างตัวเป็นตำรวจเพื่อหวังโจรกรรมขี่ไปหาเพื่อน

น.ส.กันยารักษ์ จึงแจ้งตำรวจดำเนินคดีข้อหา

แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงาน ที่มีอำนาจกระทำการนั้น  

ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Read more ...

จับผู้ต้องหาหลอกลวงผู้เสียหายหลับนอนตามโรงแรม แล้วลักรถ

22/11/57
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2557

พ.ต.ต.ปกรณ์ ทองช่วง สว.สส.สน.ประเวศ 
พ.ต.ต.ณัฐวุฒิ ฝั้นมงคล สว.สส.สน.ประเวศ 
ร.ต.อ.ธงชัย แก้วทา รอง สว.สส.สน.ประเวศ
ร.ต.ต.ชัยวัฒน์ เสือสา รอง สว.สส.สน.ประเวศ พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ จับกุม

นายรทนะ หรือช้าง จูทะจันทร์ อายุ 41 ปี

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ลงวันที่ 24 ต.ค.56 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

คดีนี้ ตำรวจจับกุมตัวนายรทนะ หลังเกิดเหตุมากว่า 1 ปี โดยจับกุมได้ที่ ซ.รามคำแหง 21 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ  สืบเนื่องจากมีผู้เสียหาย เป็นผู้ช่วยพยาบาล พร้อมนายรทนะ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ว่า ได้ถูกคนร้ายลักรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ ป้ายแดง ของผู้เสียหายหลบหนีไป จากบริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งย่าน ถ.พัฒนาการ

ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่านายรทนะ และผู้เสียหาย เข้าไปโรงแรม แล้วนายรทนะ อาศัยช่วงจังหวะที่ผู้เสียหายเผลอ โมยกุญแจรถไปให้เพื่อนร่วมแก๊ง ขับรถหลบหนีไป แล้วนำกุญแจมาเก็บไว้ที่เดิม เมื่อผู้เสียหายตื่นขึ้น ก็แสร้งทำทีไม่รู้ไม่เห็นและตกใจไปกับผู้เสียหาย แล้วพากันไปแจ้งความ

ต่อมาตำรวจสืบสวนทราบว่า เพื่อนร่วมแก๊งของนายรทนะ คือ น.ส.บุญญาภา พุทธวัตน์ ซึ่งเป็นญาติกัน จึงวางแผนล่อซื้อรถที่ขโมยไป จนจับกุมได้พร้อมรถของกลาง น.ส.บุญญาภา ให้การซัดทอดว่า นายรทนะ เป็นผู้วางแผน ตำรวจจึงออกหมายจับนายรทนะ แต่นายรทนะ หลบหนีไป จนมาถูกจับกุม

นายรทนะ ให้การยอมรับว่า ตนเองไม่มีงานทำ อาศัยความเป็นคนหน้าตาดี เข้าไปจีบผู้เสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ช่วยพยาบาล แล้วคุยไลน์ คุยโทรศัพท์กันจนเชื่อใจ แล้วจึงนัดไปร่วมหลับกันตามโรงแรมต่าง ๆ เมื่อสบโอกาสก็จะขโมยกุญแจ แล้วลักรถไป ได้รับส่วนแบ่งจากการขายรถ 30,000 บาท แต่ปฏิเสธว่าทำเป็นครั้งแรก ซึ่งจากการตรวจสอบพฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่มีการทำเล่มทะเบียนปลอมและการประกาศขายรถผ่านทางอินเตอร์เน็ต โปรแกรมไลน์ และเต็นท์รถมือสอง ทำให้สงสัยว่าน่าจะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้ต้องหาตามปฏิทินโจร รางวัลนำจับ 30,000 บาท ซึ่งมีผลดี ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา 
ข่าวสดออนไลน์ http://goo.gl/oug7bj
ไทยรัฐออนไลน์ http://goo.gl/3BK9qj

Read more ...

จับโจรแสบ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ เชิดรถยนต์ตามเต็นท์

14/10/57
เมื่อ 14 ต.ค.2557

ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จับกุม

นายศุภฤกษ์ แจ้งสว่าง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/30002 หมู่ 1 ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก

พร้อมของกลาง

- บัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ ปปส. สภ.เมืองเชียงใหม่  
- เครื่องแบบตำรวจยศสิบตำรวจโท  
- วิทยุมือถือ 1 เครื่อง 

ที่ห้องเช่า เลขที่ 313/3 ม.2 ต เนินพระปรางค์ อ.สองพี่น้อง

และจากการตรวจสอบที่หน้าห้องพัก  พบรถยนต์อีก 3 คัน  คือ

- รถกระบะ มิตซูบิชิ สีเทา หมายเลขทะเบียน บพ 5653 อยุธยา 
แจ้งหายไว้ที่ สภ.บางบัวทอง, 
- รถกระบะ มาสด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน บบ 240 ประจวบฯ 
แจ้งหายไว้ที่ จ.ประจวบฯ และ
- รถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7620 ประจวบฯ 
แจ้งหายที่ จ.ประจวบฯ  

และยังพบ

- สมุดเงินฝากธนาคาร 2 เล่ม 
- บัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ 

สอบสวน ผู้ต้องหารับว่าเคยต้องโทษจำคุก 4 ปี มาแล้วตั้งแต่ปี 2552 ในคดีโจรกรรมรถยนต์ที่ จ.ตาก  เมื่อพ้นโทษไม่รู้จะทำอะไร จึงออกมาลักรถยนต์ตามใบสั่งอีก เมื่อได้เงินก็นำไปเสพยาและเที่ยวเตร่

โดยใช้วิธีปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส. ทำทีจะซื้อรถยนต์ตามเต็นท์ หลอกเหยื่อให้เชื่อใจ แล้วขอเอารถไปทดลองขับแล้วเชิดหนีไป  กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

ตรวจสอบแล้ว ผู้ต้องหามีหมายจับติดตัวใน สภ.ต่าง ๆ อีกนับสิบหมาย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.thairath.co.th/content/456649

Read more ...