แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัยรุ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัยรุ่น แสดงบทความทั้งหมด

สน.บุปผาราม จับ 2 ใน 5 เยาวชนก่อเหตุปล้นทรัพย์

12/7/58
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2558 เวลา 18.00 น. เจ้าพนักงานตำรวจภายใต้การอำนวยการของ

ว่าที่ พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม
พ.ต.ท.พิทักษ์ ปัญญาพร รอง ผกก.สส.สน.บุปผาราม
พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม
ร.ต.อ.อนันต์ สว่างอัมพร รอง สว.สส.สน.บุปผาราม
ร.ต.อ.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ รอง สว.สส.สน.บุปผาราม
ร.ต.ท.พิจักษณ์กฤษ นิธุรัมย์ รอง สว.(สส) สน.บุปผาราม
ด.ต.พิษณุ ตัสโต
ด.ต.เสงี่ยม วันเนา
ด.ต.พรชัย วิชัยโย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม

ได้ร่วมกันจับกุมตัว

1.นายมีน (นามสมมติ) ผู้ต้องหาที่ 1 อายุ 15 ปีเศษ (ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรีที่ จ.497/2558 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2558)

2.นายฮก (นามสมมติ) ผู้ต้องหาที่ 2 อายุ 17 ปีเศษ (ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรีที่ จ.499/2558 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2558)


พร้อมด้วยของกลาง

1. เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ
2. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 หมายเลขทะเบียน 3 กฬ 7290 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน

โดยกล่าวหาว่า " ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ร่วมกันพาอาวุธมืดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร "

เหตุเกิดที่ บริเวณแยกมารยาทดี (ใกล้สะพานพุทธ) แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เวลาประมาณ 01.15 น.

จับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่ บริเวณตรอกชั่งทอง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
จับกุมผู้ต้องหาที่ 2 ได้ที่ บริเวณกลางซอยวัดอัมพวา แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนเวลาจับกุม ตามวันเวลาเกิดเหตุผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ได้ร่วมกันกับพวก จำนวน 5 คน ใช้อาวุธมีดและรถจักรยานยนต์(ของกลางในคดี) เป็นพาหนะ ได้ก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย รวมมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น 72,380 บาท แล้วได้หลบหนีไป พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายจับไว้แล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานได้จับกุมตัวได้พร้อมกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Read more ...

แก๊งพลอยแก้ว “Ploy k@ew” นักวิ่งราวทรัพย์ กทม.

11/7/58
ข้อมูลการถูกจับกุมของแก๊งพลอยแก้ว ที่ปรากฎในสื่อมวลชน  มีดังนี้

1. เมื่อ 6 พ.ค.2554   สน.พระราชวัง จับกุม 2 คน http://goo.gl/1sVvoX 

2. เมื่อ 10 พ.ย.2556  สน.บางกอกน้อย จับกุม 1 คน http://goo.gl/5H7A7i

3. เมื่อ 21 ก.ค.2557 สน.บางขุนเทียน จับกุม 1 คนhttp://goo.gl/fWBNFqhttp://goo.gl/0FqpFX

4. เมื่อ 27 มี.ค.2558 กก.สส.บก.น.6 จับกุม 5 คน http://goo.gl/zKykst

5. เมื่อ 11 ก.ค.2558 สน.บางรัก จับกุม 1 คน https://goo.gl/z5oD3V

(ภาพประกอบ การแถลงข่าวจับกุมของ กก.สส.บก.น.6 เมื่อ 27 มี.ค.2558)
Read more ...

สืบสวน สน.บางรัก จับกุมวัยรุ่นก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์หลายคดี

11/7/58

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2558 เวลา 09.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
คณะนายตำรวจของ บช.น.
พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก,
พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.ฯ,
พ.ต.ท.วิทวัส บูรณะ สว.สส.ฯ,
พ.ต.ต.สาธิต สอนชา สว.สส.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก

ได้ร่วมกันทำการจับกุม

นายสหรัฐ หรือบิ๊ก ทองอุดม อายุ 18 ปีบ้านเลขที่ 47 ถนนวุฒากาศ แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กทม.

ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ. 628/2558 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2558 ของ สน.พระราชวัง

พร้อมด้วยของกลาง

- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีดำ-น้ำตาล(ทอง) ล้อแม็กสีดำ หมายเลขทะเบียน 2กณ 3537 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน
- เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว จำนวน 1 ตัว
- กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน จำนวน 1 ตัว
- รองเท้าแตะ จำนวน 1 คู่

วันเวลา/สถานที่จับกุม หน้าบ้านเลขที่ 318/14 หมู่ที่ 11 ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เมื่อ วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 เวลาประมาณ 14.00 น.

วันเวลา/ที่เกิดเหตุ บริเวณแยกอุณากรรณ ถ.เจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. เมื่อ 11 มีนาคม 2558 เวลาประมาณ 08.40 น.

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดฯ”
(ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ. 628/2558 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2558 ของ สน.พระราชวัง)

พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.58 เวลาประมาณ 08.45 น. ได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ที่บริเวณปากคลองตลาด ซี่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สน.พระราชวัง ได้ทรัพย์สินสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองหนัก จำนวน 1 บาท จำนวน 1 องค์ ราคาประมาณ 40,000 บาทไป และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง ได้สืบสวนจนทราบตัวคนร้ายและศาลได้อนุมัติหมายจับคนร้ายไว้แล้ว

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 08.46 น. ได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีดำ-น้ำตาล (ทอง) ล้อแม็กสีดำ ทะเบียน ฬอป 739 กรุงเทพมหานคร (ทะเบียนปลอม) ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น ที่บริเวณหน้าโรงแรมมาร์ ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ ก่อนหลบหนีไป ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางรัก

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางรักจึงได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้าย จนทราบว่าคนร้ายดังกล่าว คือ

นายศราวุธ หรือ เบล ปานทอง (เป็นผู้ขับขี่) และ 

นายสหรัฐ หรือ บิ๊ก ทองอุดม (เป็นคนซ้อนท้ายและกระชากสร้อยคอทองคำ)

โดยคนร้ายทั้งสองเป็นสมาชิกของ “แก๊งพลอยแก้ว” ที่ยังไม่ถูกจับกุมตัว และเป็นกลุ่มคนร้ายเดียวกันกับที่ก่อเหตุในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สน.พระราชวัง ซึ่งได้ถูกออกหมายจับไว้แล้วข้างต้น จึงได้ประสานขอข้อมูลจาก สน.ใกล้เคียงจนพบว่าคนร้ายดังกล่าว ยังได้ตระเวนก่อเหตุอีกจำนวนหลายครั้ง ในเขตพื้นที่ บก.น.6 ดังนี้

1.วันที่ 25 เม.ย.58 เวลาประมาณ 09.00 น. ก่อเหตุ ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ (พื้นที่ สน.ปทุมวัน)

2.วันที่ 6 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 08.30 น. ก่อเหตุ ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ (พื้นที่ สน.ปทุมวัน)

3.วันที่ 20 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 08.46 น. ก่อเหตุ ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ (พื้นที่ สน.บางรัก)

4.วันที่ 20 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 09.00 น. ก่อเหตุ ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ (พื้นที่ สน.ปทุมวัน)

5.วันที่ 28 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 15.10 น. ก่อเหตุ ร่วมกันพยายามวิ่งราวทรัพย์ (พื้นที่ สน.ยานนาวา)

6.วันที่ 4 ก.ค.58 เวลาประมาณ 15.36 น. ก่อเหตุ ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ (พื้นที่ สน.ปทุมวัน)

นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายสหรัฐ หรือ บิ๊ก ทองอุดม เป็นผู้ต้องหาซึ่งถูกออกหมายจับในคดีของ สน.ต่างๆ ดังนี้

1.หมายจับศาลอาญาที่ จ.628/2558 และ 633/2558 ลงวันที่ 27 มี.ค.58 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ” (ของ สน.พระราชวัง)

2.หมายจับศาลอาญาที่ จ.599/2558 และ 640/2558 ลงวันที่ 26 มี.ค.58 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ” (ของ สน.สำราญราษฎร์)

3.หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.219/2558 และ 225/2558 ลงวันที่ 30 มี.ค.58 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ” (ของ สน.วัดพระยาไกร)

4.หมายจับศาลอาญากรุงเทพธนบุรี ที่ จ.239/2558 ลงวันที่ 2 เม.ย.58 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ ยานพาหนะฯ” (ของ สน.บุคคโล)

5.หมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่ จ.69/2558 ลงวันที่ 22 เม.ย.58 ข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ” (ของ สน.บางยี่เรือ)

รวม จำนวนทั้งสิ้น 8 หมาย

จากการสืบสวนทราบว่า นายสหรัฐ หรือ บิ๊ก ทองอุดม ผู้ต้องหาตามหมายจับข้างต้น ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 318/14 หมู่ที่ 11 ต.มะขาม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จึงได้วางแผนสืบสวนติดตามจับกุมตัว จนกระทั่งสามารถจับกุม นายสหรัฐ หรือ บิ๊ก ได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 318/14 ฯ ดังกล่าวข้างต้น

จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดและหลบหนีในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ มาตั้งแต่ พ.ศ.2556 ต่อเนื่องมาจนกระทั่งถูกจับกุม ไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง

หากผู้เสียหายท่านใดที่ประสบเหตุถูกวิ่งราวทรัพย์ในลักษณะดังกล่าว สามารถติดต่อขอดูตัวผู้ต้องหาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับรายละเอียดพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวได้ที่ สน.พระราชวัง และ สน.บางรัก และจะได้ประสาน สน.ต่างๆ ให้ติดตามผู้เสียหายที่ได้ร้องทุกข์ไว้มาชี้ยืนยันตัวผู้ต้องหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ที่มา FB บช.น. https://www.facebook.com/thaimetropolice/posts/1781221582104967
Read more ...

ตำรวจบุรีรัมย์จับ พลทหาร ดักยิง ส.ต.ต. ตชด.

8/7/58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค.58

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ นำตัว 

พลทห­ารกิตติศักดิ์ เสาร์ทอง ทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 11

ไปทำแผนประกอบคำ­รับสารภาพหลังใช้อาวุธปืนยิงใส่ 

ส.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ เดชมะเริง ตำรวจตระเวนชายแดน 21 พร้อมพวกรวม 7 คน ขณะเดินออกจากสถานบันเทิงในอำเภอเมืองจังห­วัดบุรีรัมย์เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ค.2558 จนเกิดการยิงต่อสู้กัน เป็นเหตุให้ นายกฤษณะ เสาร์ทอง น้องชายของพลทหารกิตติศักดิ์ ถูกยิงบาดเจ็บและเสียชีวิตที่ รพ. 

พลทหารกิตติศักดิ์ ให้การว่า มาเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อน 6 คน แล้วถูกกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบกลุ่มรุมทำร้าย จึงมาดักรอกลุ่มที่ทำร้ายตน ที่บริเวณสามแยกใกล้สถานบันเทิง กระทั่งกลุ่มของ ส.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ เดินมาถึง จึงใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 ยิงใส่ แต่ถูก ส.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงต่อสู้ จนถึงน้องชายของตนเสียชีวิต 

ตำรวจแจ้งข้อหา พลทหารกิตติศักดิ์ ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น 

ส.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ถูกแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตน­า ถูกควบคุมตัวที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์
Read more ...

ศูนย์สืบสวน บช.น.จับแก๊งปล้นทรัพย์ ท้องที่ สน.บึงกุ่ม สน.หัวหมาก

12/6/58
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.58 เวลา 11.30 น.

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาของ บช.น.
ตำรวจศูนย์สืบสวน บช.น. และ
ตำรวจ สน.หัวหมาก

แถลงข่าวจับกุม

นายไชยรบ เอื้อนจิตร อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106/512 ซ.เคหะร่มเกล้า 31 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. (ตามหมายจับศาลอาญา หมายจับที่ 1188/2558 ลงวันที่ 9 มิ.ย.58)

พร้อมของกลาง

- โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ เอไอเอส รุ่น ลาวา  1 เครื่อง
- รถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ สีแดง 1 คัน
- อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก

ข้อหา ปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร

จับกุมที่ใต้แฟลต 2 เคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.58 เวลา 12.30 น.

พฤติการณ์ เมื่อ 27 พ.ค. 58 เวลากลางคืน นายไชยรบฯ พร้อมพวกรวม 7 คน ได้ขับขี่ รถ จยย. จำนวน 3 คัน คือ
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซูเมอร์เอ็กซ์ สีฟ้าดำ
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ125 สีแดง
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิก สีชมพูดำ
ก่อเหตุปล้นทรัพย์หลายคดี ในหลายท้องที่ ดังนี้

1. ก่อเหตุปล้นทรัพย์ นายสมศักดิ์ วิทยกิจพิพัฒน์ และ น.ส.ชุติมา การิกาญจน์  ที่กำลังขับขี่ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ ที่บริเวณ ปาก ซ.ศรีบูรพา 11 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.  ท้องที่ สน.บึงกุ่ม ได้ทรัพย์สิน
- โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่น แกรนด์1 สีขาว
- โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่น แกรนด์2 สีขาว
- เงินสด 200 บาท

2. ก่อเหตุปล้นทรัพย์ นายกฤตเมธ โภคทรัพย์ และ นายวีรภัทร พิจารณ์สรรค์ ผู้เสียหาย ที่กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ คาวาซากิ รุ่น เคเอสอาร์ สี ดำ-ชมพู ที่บริเวณ ถ.พ่วงศิริ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ท้องที่ สน.หัวหมาก ได้ทรัพย์สิน
- นาฬิกา ยี่ห้อ CASIO รุ่น G Shock 1 เรือน
- เงินสด 100บาท
- โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ เอไอเอส รุ่น ลาวา

โดยทั้งสองเหตุ ผู้ต้องหากับพวกได้ใช้อาวุธมีด, อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ และอาวุธปืนปากกา .22 เป็นอาวุธก่อเหตุ แล้วนำทรัพย์สินไปขาย นำเงินมาแบ่งกัน

3. ก่อเหตุพยายามปล้นทรัพย์ นายพสิษฐ์ ธนชัยบุญรัตน์ หรือ ออดี้ นักร้องชื่อดัง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ที่บริเวณ ปากซ.นวมินทร์ 32 ถ.นวมินตร์ แขวงคลองจั่น เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป

4. ผู้ต้องหายอมรับเคยก่อเหตุที่บริเวณวัดบำรุงรื่น แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ และ ที่บริเวณ หมู่บ้านปฐวิกรณ์ ถ.เกษตร-นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ  มาก่อน

ตรวจสอบประวัติ เคยถูกจับกุมข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ท้องที่ สน.ร่มเกล้าอีกด้วย
Read more ...

เหตุปล้นรถ จยย. โดยใช้อาวุธท้องที่ สน.หัวหมาก

5/6/58

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 05.15 น.

ได้เกิดเหตุ คนร้าย 3 คน ใช้รถ จยย. ยี่ห้อเคเอสอาร์ (KSR) สีดำ จำทะเบียนไม่ได้ ขับปาดหน้า โดยใช้อาวุธมีดและปืน ขู่บังคับให้ลงจากรถ และให้ส่งกระเป๋าสตางค์

ทรัพย์สินที่คนร้ายได้

- รถ จยย.ยี่ห้อเรียวกร้า (ผลิตในจีน)สีฟ้า
- กระเป๋าสตางค์แบบถือของผู้ชาย 1ใบ มีเงินสด 1,400 บาท

เหตุเกิดที่ หน้าร้านผาแดง บน ถ.ศรีนคริทร์ มุ่งหน้าแยกกรุงเทพกรีฑา หัวหมาก บางกะปิ กทมหลบหนีไปทางมอเตอร์เวย์หรือศรีนครินทร์ขาออก

ผู้เสียหายชื่อ: นาย ประยูร พุ่มพวง อายุ 30 ปี
Read more ...

สน.จักรวรรดิ จับกุมผู้ต้องหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์

30/5/58
ที่มา FB กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2558

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ให้ทุกพื้นที่เร่งรัดสืบสวนปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิดในคดีอาญาทุกประเภท ตลอดจนคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และคดียาเสพติด อย่างต่อเนื่องตลอดมา

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 11.00 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.,
พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช,
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ,
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต,
พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง,
พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ,
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข,
พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล,
พล.ต.ต.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูร,,
พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง ผบช.น.

กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 โดย
พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 ,
พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.น.6
พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สนจักรวรรดิ,
พ.ต.ท.คฑายุทธ โรจน์วงศ์สุริยะ รอง ผกก.สส.สน.จักรวรรดิ,
ร.ต.อ.วรินทร เศรษฐะ สว.สส.สน.จักรวรรดิ,
พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.จักรวรรดิ

ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว

1. นายศรราม หรือโจ ภูพลผัน อายุ 22 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 134/23 หมู่ที่ 5 ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

2. นายกิตตินันท์ หรืออาร์ม เรืองทรัพย์คณา อายุ 19 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 1614 ซอยสุทธิพร แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร


สถานที่ วันเวลาที่เกิดเหตุ บริเวณถนนราชวงศ์ แขวง/เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 15.27 น.

สถานที่ วันเวลาที่จับกุม บริเวณหน้าศูนย์การค้าพาราเดียม ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 23.00 น.

พร้อมของกลาง

1. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น พีซีเอ็กซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 3กก 6030 กทม จำนวน 1 คัน

2. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น พีซีเอ็กซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กก 3296 กทม จำนวน 1 คัน

3. เสื้อคอกลมสีกรมท่า มีตัวอักษรสีเหลืองที่หน้าอก จำนวน 1 ตัว

4. เสื้อคลุมแขนยาวสีกรมท่า จำนวน 1 ตัว

5. กางเกงยีนส์ขาสั้น จำนวน 1 ตัว

6. หมวกกันน๊อคแบบครึ่งใบ สีดำ จำนวน 1 ใบ

7. เสื้อยืดแขนยาวสีเทา จำนวน 1 ตัว

8. กางเกงขายาว จำนวน 1 ตัว

9. รองเท้าหุ้มส้น จำนวน 1 คู่

10. สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท (ทรัพย์ถูกประทุษร้าย) จำนวน 1 เส้น

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป”( ตามหมายจับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.362/2558 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 )

พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนเวลาเกิดเหตุคนร้ายทั้งหมดได้ขับรถจักรยานยนต์ติดตาม นายเอกพล เรือนราน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/35 หมู่ 3 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ (ผู้เสียหาย) ซึ่งได้นั่งอยู่บนรถสามล้อรับจ้างจากบริเวณโบ๊เบ๊ จนกระทั่งถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนนราชวงศ์ เมื่อได้จังหวะที่รถสามล้อรับจ้างติดไฟแดง รถของคนร้ายคันที่ 1 ได้เข้าไปประกบผู้เสียหายจากด้านหลัง แล้วทำการกระชากสร้อยคอของ นายเอกพลฯ โดยที่รถของคนร้ายคันที่ 2 จะคอยคุ้มกัน หลังจากนั้นก็ได้หลบหนีไป

จากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายน่าจะอาศัยอยู่ที่บริเวณประตูน้ำ จึงได้ประสานข้อมูลจาก สน.ใกล้เคียง จนทราบว่า นายศรราม ภูพลผัน บุคคลตามหมายจับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.362/2558 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 เดินอยู่บริเวณหน้าศูนย์การค้าพาราเดียม ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

จนกระทั้งวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพบนายศรราม ภูพลผัน อยู่ที่บริเวณดังกล่าวพร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการจับกุมพร้อมได้แสดงหมายจับดังกล่าวให้ นายศรรามฯ ดูพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา และนายศรรามฯ ได้สมัครใจยินยอมพาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมไปตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ 134/23 หมู่ที่ 5 ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นที่พักของนายศรรามฯ เพื่อตรวจหาสิ่งของผิดกฎหมาย โดยมีนายศรรามฯ เป็นผู้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ เพื่อดำเนินการต่อไป

ผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
Read more ...

สน.หัวหมากจับแก๊งลักรถ จยย.ภายในสนามกีฬาหัวหมาก

30/5/58
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 11.00 น.

กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.,
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต,
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ,
พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช,
พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง,
พล.ต.ต.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูร,
พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล,
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น.

แถลงข่าว

บก.น.4 นำโดย

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.น.4,
พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ,
พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์,
พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รอง ผบก.น.4,
พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก,
พ.ต.ท.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก,
พ.ต.ท.พลเชฏฐ์ วังเมือง,
ร.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ สว.สส.สน.หัวหมากและ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก

ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว

1.นาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1)

2.ด.ช. บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี (ผู้ต้องหาที่ 2)

3.นาย นริศ ชะนะชัย อายุ 23 ปี (ผู้ต้องหาที่ 3)
4.นาย ซี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี (ผู้ต้องหาที่ 4)

5.นาย วัชรกร เลิศด้วยธรรม อายุ 19 ปี (ผู้ต้องหาที่ 5)

สถานที่ตรวจค้น/จับกุม อาคาร 12 สนามกีฬาหัวหมาก (กกท.) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 

จากการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 รับว่าได้พักอาศัยอยู่ที่ ห้องพักเลขที่ 308 ซ.รามคำแหง 53 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ แจ้งว่าได้มีผู้ต้องหาที่ 3, 4 และ 5 ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์(รถจักรยานยนต์) และได้ติดตามยึดรถจักรยานยนต์ได้คืนอีกจำนวน 5 คัน ที่คนร้ายก่อเหตุเขตท้องที่ อาทิเช่น สน.สุทธิสาร, สน.โชคชัย, สน.คลองตัน, สน.บางชัน และ สน.ห้วยขวาง

พร้อมของกลาง

1.รถจักรยานยนต์(ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว จำนวน 1 คัน(ของผู้เสียหายที่ผู้ต้องหาลักทรัพย์ไป)

2.รถจักรยานยนต์(ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน(รถที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ)

3.หมวกนิรภัย ยี่ห้อ AVEX แบบเต็มใบสีขาว จำนวน 1 ใบ

4.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิ๊กไอ 125 สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เลขตัวรถ MLHJF3500F5195037 จำนวน 1 คัน

5.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ110 สีน้ำเงิน-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เลขตัวรถMLHJA144D5300426จำนวน 1 คัน

6.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อควาวาซากิ รุ่นเอเอสอาร์ สีแดง-ดำ ทะเบียน ษลธ-310 กรุงเทพฯ จำนวน 1 คัน

7.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูโม่เอ๊กซ์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เลขตัวรถ MLHJF3822D5027216 จำนวน 1 คัน

8.แผ่นป้ายทะเบียน 1กฐ-3826 เชียงใหม่ จำนวน 1 แผ่น(อยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ตามบันทึกตรวจยึด ลำดับที่ 1)

9.แผ่นป้ายทะเบียน 1 กภ-1932 กรุงเทพฯ จำนวน 1 แผ่น

10.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อทรู สีดำ จำนวน 1 เครื่อง

11.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง

12.หมวกนิรภัย INDEX สีขาวเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

13.หมวกนิรภัย INDEX สีดำเต็มใบ รุ่นสกายไลน์ จำนวน 1 ใบ

14.หมวกนิรภัย Real สีดำเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

15.หมวกนิรภัย AVEX สีดำลายขาว-แดง จำนวน 1 ใบ

16.หมวกนิรภัย ARAI สีดำเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

17.หมวกนิรภัย STAR สีดำเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

18.หมวกนิรภัย INDEX สีดำเต็มใบ ลายรูปปืน จำนวน 1 ใบ

19.หมวกนิรภัย HJL สีชมพู-ดำเต็มใบ จำนวน 1 ใบ

20.อาวุธมีดปลายแหลม จำนวน 2 เล่ม

ข้อหา“ร่วมกันลักทรัพย์(รถจักรยานยนต์)โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป”

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2558 เวลาประมาณ 07.45 น. ขณะตำรวจ สน.หัวหมาก ปฏิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามกีฬาหัวหมาก (กกท.)ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 ได้ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายได้พร้อมด้วยของกลาง จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ร่วมไปตรวจสอบเหตุดังกล่าวพบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน(ทราบชื่อและนามสกุลภายหลัง)พร้อมด้วยของกลาง 

จากการซักถามผู้ต้องหาทั้ง 2 รับว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์(ตามรายการของกลางลำดับที่ 1) ที่บริเวณลานจอดรถใกล้อาคาร 12 ภายในบริเวณสนามกีฬาหัวหมาก (กกท.) จริง

โดยในขณะที่ผู้ต้องหาที่ 2เป็นผู้ที่นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์(ตามรายการของกลางที่ 1) มีผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์(ตามรายการของกลางลำดับที่ 2)และได้สวมหมวกนิรภัย (ตามรายการของกลางที่ 3)และได้ใช้เท้าข้างขวาดันรถจักรยานยนต์คันที่ลักไปเพื่อหลบหนีออกไปทางช่องประตูทางเข้าออกที่ 4 สนามกีฬา (กกท.) 

ผู้เสียหายขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของตนเอง จึงได้ใช้วิทยุแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตู 4 ช่วยสกัดจับกุมตัวไว้ได้และผู้เสียหายได้ติดตามไปจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีต่อไป

ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผล ผู้ต้องหาทั้งสองได้ร่วมกันลักรถจักรยานยนต์อีกหลายครั้งในหลายท้องที่และได้เดินทางไปทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้เพิ่มอีกจำนวน 4 คัน (ของกลางรายการที่ 4- 7 ) แผ่นป้ายทะเบียนจำนวน 2 ป้าย (ของกลางรายการที่8,9 ) โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง (ของกลางรายการที่ 10,11) หมวกนิรภัย จำนวน 8 ใบ (ของกลางรายการที่ 12-19) อาวุธมีดปลายแหลมจำนวน 2 เล่ม (ของกลางรายการที่ 20) และสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดได้เพิ่มอีก 3 คน (ผู้ต้องหาที่ 3,4 และ 5) ซึ่งได้แจ้งความรถหายไว้ที่ สน.สุทธิสาร, สน.บางชัน, สน.โชคชัย และ สน.คลองตันผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

ที่มา FB กองบัญชาการตำรวจนครบาล https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1762918677268591.1073741990.1536730306554097&type=1
Read more ...

ลาดพร้าวจับ 2 สาว ร่วมกันชิงทรัพย์รถ จยย.

26/5/58

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.58 เวลาประมาณ 02.25 น.

ศูนย์วิทยุเสรีไทยได้แจ้งเหตุคนร้ายเป็นหญิง 2 คน ร่วมกันชิงทรัพย์รถ จยย.ที่บริเวณปาก ซ.ศรีบูรพา 17 แล้วขับขี่รถหลบหนี

สวป.สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าทีสายตรวจ สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วและฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว จึงรีบติดตามหาตัวจนกระทั่งเวลาประมาณ 02.50 น. ได้มาเจอคนร้ายทั้ง 2 คือ

1.น.ส.เอ อายุ 16 ปี

2.น.ส.บี อายุ 17 ปี

พร้อมด้วยของกลาง

- รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดงขาว ทะเบียน ฬตอ-189 กทม
- อาวุธมีดหัวตัดยาวประมาณ 35 ซม.

เมื่อเรียกผู้เสียหายมาตรวจสอบ ได้ชี้ยืนยันตัวคนร้ายทั้ง 2 และ รถ จยย.ของกลาง จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.ดำเนินคดี ในข้อหา"ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธ"
Read more ...

สืบสวน สน.พลับพลาไชย 2 จับผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์

3/4/58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2558

พ.ต.อ.ศักดา ดามาพงศ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2
พ.ต.ท.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ รอง ผกก.สส.สน.พลับพลาไชย 2, 
พ.ต.ต.กิตติ แก้วทินกร สว.สส.สน.พลับพลาไชย 2 พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน

ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา

นายธงไชย หรือแบ็งค์ ดูระภักดิ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196/3 ตรอกบางอุทิศ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม.

ข้อหา "วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อให้สะดวกแก่การพาทรัพย์ไปหรือรับของโจร"

วัน เวลาเกิดเหตุ วันที่ 1 เมษายน 2558 เวลาประมาณ 12.10 น.

สถานที่เกิดเหตุ บริเวณเชิงสะพานทิพยเสถียร แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

ผู้เสียหาย น.ส.นภัสนันท์ ก่อพงษ์พูลสิน อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/3 ม.6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 58 เวลาประมาณ 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก น.ส.นภัสนันท์ก่อพงษ์พูลสิน ผู้เสียหาย ว่าถูกคนร้ายเป็นชายใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะวิ่งราวทรัพย์แล้วหลบหนีไป
เหตุเกิดบริเวณเชิงสะพานทิพยเสถียร แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

หลังเกิดเหตุคนร้ายได้นำบัตรATMของผู้เสียหายไปกดเงินสดจากตู้กดเงินสดธนาคารกรุงเทพ สาขาเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนโดยตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องของห้างเอเชียทีคฯพบว่า นายธงไชย หรือแบงค์ ดูระภักดิ์ ( ทราบชื่อภายหลัง ) ผู้ต้องหาซึ่งเป็นพนักงานรับรถในลานจอดรถห้างเอเชียทีคฯ อยู่บริเวณใกล้เคียงตู้เอทีเอ็มฯ ขณะถูกกดเงินไป จึงได้เชิญตัวมาทำการซักถามและตรวจสอบพร้อมขอตรวจค้นในตัวพบของกลางรายการที่ 12 อยู่ในมือข้างขวาของผู้ต้องหาขณะทำการตรวจค้น

อีกทั้งยังยอมรับว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริงซึ่งเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนหากเนิ่นช้าในการที่จะขอหมายจับ (ตามข้อยกเว้น)และได้ยินยอมพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำการตรวจค้นที่ห้องพักของผู้ถูกจับกุมที่บ้านเลขที่196/3 ตรอกบางอุทิศ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ด้วยความสมัครใจของผู้ถูกจับกุม ผลการตรวจค้นพบ ของกลางรายการที่ 1-8 ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านเลขที่ดังกล่าวข้างต้น

ส่วนของกลางรายการที่9-11ตรวจพบได้ที่ลานจอดรถเอเชียทีคเดอะริเวอร์ฟรอนท์จาการสอบถามผู้ถูกจับกุมให้ถ้อยคำว่าจักรยานยนต์ของกลางรายการที่ 10 ผู้ถูกจับกุมยืมมาจากนายอุทัย นุชชาติ เพื่อนร่วมงาน ซึ่งเมื่อก่อเหตุเสร็จแล้วได้นำไปคืน
ของกลางในคดี

1.กางเกงยีนส์ขายาว จำนวน 1 ตัว (ผู้ถูกจับกุมสวมใส่อยู่ขณะกระทำความผิด )
2.รองเท้าแตะยี่ห้อเทวิน จำนวน 1คู่ (ผู้ถูกจับกุมสวมใส่อยู่ขณะกระทำความผิด )
3.หมวกกันน็อคแบบครึ่งใบสีขาวยี่ห้อ Index จำนวน 1 ใบ ( ผู้ถูกจับกุมสวมใส่อยู่ขณะกระทำความผิด )
4.เสื้อคลุมแขนยาวสีครีม จำนวน 1 ตัว (ผู้ถูกจับกุมสวมใส่อยู่ขณะกระทำความผิด )
5.เสื้อยืดแขนสั้นสีเทา จำนวน 1 ตัว (ผู้ถูกจับกุมสวมใส่อยู่ขณะกระทำความผิด )
6.นาฬิกายี่ห้อไซโก้ จำนวน 1 เรือน
7.เงินสด จำนวน 2,500 บาท
8.กระเป๋าถือสีน้ำตาลเหลืองยี่ห้อ Rilakkuma จำนวน 1 ใบ
9.สร้อยคอลักษณะสีเหลืองคล้ายทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 1 เส้น (นำเงินที่ได้มาไปซื้อ)
10.แท็บเล็ตยี่ห้อ Asus จำนวน 1 เครื่อง
11.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมิโอ หมายเลขทะเบียน กษก 7 กระบี่ (ยานพาหนะในการกระทำผิด)
12.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นแกแล็คซี่แทบ จำนวน 1 เครื่อง

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นำตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.สน.พลับพลาไชย 2 ดำเนินคดี

ที่มา FBสน.พลับพลาไชย2 https://goo.gl/nKiEy8 
Read more ...

สารวัตรสืบสวน สภ.เชิงทะเล เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ถูกรุมทำร้ายสลบ

11/9/56
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2556 ช่วงเย็น

เกิดเหตุ พ.ต.ท.สมหมาย อ่อนตา สารวัตรสืบสวน สภ.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนเข้าไปจับกุม

นายวิรัช หรือ "คำ" ปราบเภท อายุ 36 ปี อยู่เลขที่ 186/1 หมู่ 5 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง
ผู้ต้องหาตามหมายจับของ สภ.เชิงทะเล ข้อหา พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ลง 9 ก.ค.56

และ

ผู้ต้องหาตามหมายจับของ สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ลง 8 ส.ค.56
ข้อหา
- ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง
- วิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการทำผิด,
- ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ
- พยายามฆ่าผู้อื่น


โดยเข้าจับกุมที่บริเวณสนามฟุตบอล ร.ร.บ้านบางเทา ต.เชิงทะเล ตามที่ได้สืบสวนทราบมา ว่าผู้ต้องหาได้มาร่วมงานแข่งขันฟุตบอลบางเทาคัพ 2013 ที่กำลังจัดขึ้นที่สนามฟุตบอลดังกล่าว

ระหว่างแสดงตัวเข้าจับกุม นายวิรัช ไม่ยินยอมให้จับกุม โดยได้ตะโกนบอกพรรคพวกของตนว่า ถูกรุมทำร้าย พรรคพวกเพื่อนฝูงของนายวิรัช จึงได้พากันเข้ารุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย พ.ต.ท.สมหมาย ถูกกระโดดถีบจากทางด้านหลังจนเสียหลักล้มลง และถูกรุมกระทืบจนสลบไป โทรศัพท์มือถือของ พ.ต.ท.สมหมาย ที่นำติดตัวไป หายไป 1 เครื่อง แต่อาวุธปืนตกอยู่ที่สนามฟุตบอลไม่ถูกลักไป โดยขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาของ พ.ต.ท.สมหมาย ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้

ส่วนนายวิรัช ผู้ต้องหาตามหมายจับหลบหนีไปได้ ไม่ถูกจับกุม

หลังเกิดเหตุ จ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เกิดเหตุได้สอบสวนเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว และจะติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีในข้อหา

- ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำตามหน้าที่ จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
- ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป และ
- กระทำด้วยประการใดให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย


ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุแล้ว จำนวน 4 คน

อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มเติม

http://www.thairath.co.th/content/369161

http://www.munjeed.com/news_detail.php?id=1379061123

http://www.krasaetai.com/2013/09/2-4.html

Read more ...