ตร.บุรีรัมย์ จับหนุ่มแสบอ้างเป็น ‘พ.ต.ท.’ ใช้ชื่อ กอ.รมน.รีดเงิน 5 หมื่น ช่วยวิ่งหลุดคดียาเสพติด

27/6/61
 
โดยข่าวสด เมื่อ 28 เมษายน 2561

วันที่ 28 เม.ย.

พ.ต.ท.ชัยยา แก้วยก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์

คุมตัว

นายชนะกันต์ ดาวสันเทียะ อายุ 35 ปี ชาว ต.บ้านกอก อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ผู้ต้องหาคดี ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน มาสอบสวนหลังจากถูก ตำรวจชุดปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ตามจับกุมได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.นครราชสีมา

โดย พ.ต.ท.สมยศ พื้นชัยภูมิ ปฏิบัติหน้าที่ ศอ.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก เจ้าหน้าที่ ได้ติดตามกลุ่มนักค้ายาเสพติด ที่นำยาบ้ามาส่งในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และสามารถจับกุมคนร้ายพร้อมขยายผลไปล่อซื้อในหลายจังหวัดในเขตภาคอีสาน ได้ของกลางในแต่ละพื้นที่เป็นจำนวนมาก

ต่อมามีญาติผู้ต้องหายาเสพติด มาติดต่อขอพบ พ.ต.ท.สยาม เกียรติบรรจง ชุดขยายผลปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมกับนำเงินสดมามอบให้ 20,000 บาท สร้างความสงสัยและมึนงงให้กับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเป็นอย่างมาก

พ.ต.ท.สมยศ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวมาสอบสวนจนทราบว่า ก่อนหน้าได้โอนเงินให้บุคคลคนหนึ่งไปจำนวนเงิน 30,000 บาท เนื่องจากมีคนโทรมาอ้างว่าเป็น

”รองสยาม” หรือ พ.ต.ท.สยาม เกียรติบรรจง 

ว่าสามารถช่วยเหลือคดียาเสพติดได้ แต่มีค่าใช้จ่าย 50,000 บาท ตกลงจ่ายก่อน 30,000 บาท ที่เหลือให้มาจ่ายอีกที่บุรีรัมย์ จึงนำเงินมาจ่ายให้ตามสัญญา

ต่อมา พล.ต.ต.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามผู้ที่อ้างตนเป็นตำรวจหลอกให้โอนเงินมาดำเนินคดี เพราะเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการตำรวจ จนสามารถจับกุมนายชนะกันต์ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่โคราช

จากการสอบสวน นายชนะกานต์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนโทรศัพท์แอบอ้างเป็นตำรวจจริง พร้อมให้การว่าตนเองเล่นอินเตอร์เน็ตกับโทรศัพท์ ก่อนเห็นเพจ”แจ้งข่าวชาวบุรีรัมย์”แจ้งเตือนขึ้นมา จึงกดเข้าไปดูพบว่ามีข่าวสารมากมาย และไปพบว่ามีการจับกุมยาเสพติด จึงเอาชื่อคนร้ายไปหาข้อมูลญาติผู้ต้องหาและตำรวจ จนกระทั่งรู้เบอร์โทรศัพท์ของญาติผู้ต้องหา

นายชนะกานต์ รับสารภาพต่อว่า จากนั้นได้โทรไปแอบอ้างว่าเป็นตำรวจว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีได้ โดยใช้บัญชีธนาคารของเพื่อนน้องสาว ที่ฝากไว้ให้น้องสาวมานานแล้ว แต่ไม่เคยทำมาก่อนครั้งนี้เป็นครั้งแรก ส่วนเงินที่ได้รับโอนได้เอามานั้น ได้มอบให้ตำรวจไว้แล้ว 10,000 บาท ส่วนที่เหลือจะใช้คืนให้ผู้เสียหายจนครบจำนวน 50,000 บาทต่อไป

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของงผู้ต้องหาว่าเคยก่อเหตุเป็นครั้งแรก เบื้องต้นแจ้งข้อหา

ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่า จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน 

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดก่อนคุมตัวขออำนาจศาลเพื่อฝากขังต่อไป
Read more ...

บุกจับ “ร.ต.อ.” กลางโรงพักสุทธิสาร พัวพันค้ายา สั่งฟันให้ออกราชการทันที

18/6/61
โดยข่าวสด เมื่อ 18 มิถุนายน 2561 - 21:43 น.

บุกจับ “ร.ต.อ.” กลางโรงพักสุทธิสาร พัวพันค้ายา หลังเครือข่ายโดนรวบ ก่อนขยายผลพร้อมออกหมายจับ ผบก.น.2 สั่งฟันให้ออกราชการทันที พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผู้บังคับบัญชาก็โดนด้วย

บุกจับ วันที่ 18 มิ.ย. ที่ บช.ปส. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ปส.2 พร้อมด้วย น.ส.ทัศพร เขี่ยวพานิช เจ้าพนักงาน ปปส.2 และตำรวจนครบาล ร่วมกันจับกุมตัว 

ร.ต.อ.สัมพันธ์ กันทะสอน อายุ 38 ปี ตำแหน่งรอง สวป.สน.สุทธิสาร 

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 225/2561 ลงวันที่ 18 มิ.ย.61 ข้อหาร่วมกันมียาเสะติดประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะตามเหตุที่ได้มีการสมคบกันแล้ว โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ สน.สุทธิสาร เมื่อเวลา 19.00 น. ระหว่างที่กำลังมาเข้าเวร

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ปปส.2 ได้จับกุมตัวนายอนุสรณ์ ทองสว่าง และ น.ส.อี่กองคำ สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลางไอซ์ 11.52 กรัม ยาเค 50.38 กรัม ยาอี 6 เม็ด ยาบ้า 6 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่ร้านไปรษณีย์ แคนดี้ โพสต์แอนด์เพย์ เซอร์วิส แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. ต่อเนื่องขนิษฐาแมนชั่น ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 20 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.

เนื่องจากชุดจับกุมรับแจ้งจากสายลับมีการเจรจาซื้อยาเสพติดกับผู้ใช้ไลน์ ZZZ ในกลุ่มไลน์ชื่อประจานคนโกง N&N อ้างว่ายังไม่ได้รับยาเสพติดตามที่ตกลงซื้อขายส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่ ปปส. จึงได้ตรวจสอบพบว่านายอนุสรณ์ เป็นผู้มาส่งพัสดุดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เฝ้าสังเกตที่ร้านดังกล่าว นายอนุสรณ์ นำซองพัสดุ 2 ซองจะมาส่งจึงตรวจค้นพบยาเสพติดอยู่ในซองพัสดุที่นำมาส่ง ก่อนขยายผลตรวจค้นห้องพักที่ขนิษฐาแมนชั่น พบยาเสพติดเพิ่มเติมอีกส่วน และจับกุม น.ส.อี่กองคำ ซึ่งอยู่ในห้องขณะตรวจค้น จากการสอบสวนนายอนุสรณ์ ให้การอ้างว่ารับยาเสพติดของกลางมาจากผู้กองต๋อง หรือ ร.ต.อ.สัมพันธ์ จันทะสอน จึงขออนุมัติเลขาธิการ ปปส. และประสาน บช.ปส.2 ขออนุมัติ จนสามารถติดตามจับกุมได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน ร.ต.อ.สัมพันธ์ กล่าวว่า ยอมรับว่ารู้จัก นายอนุสรณ์ มาประมาณ 1 ปี ซึ่งนายอนุสรณ์ เคยเป็นเจ้าของสถานบันเทิงซึ่งเปิดอยู่ในพื้นที่ สน.สุทธิสาร ที่ตนไปตรวจอยู่เป็นประจำ ส่วนเงินที่อยู่ในบัญชีของตนกว่า 1 แสนบาทนั้น ได้มาจากการเล่นแชร์ ตนขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 2 รายมีพฤติการณ์ส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์ จึงขยายผลทั้งเส้นทางการเงินและเส้นทางการสื่อสารพบว่ามีความเชื่อมโยง รองสวป.ดังกล่าวจริง จากนั้นได้รวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลเพื่ออกหมายจับ โดยการจับกุมครั้งนี้ร่วมกับทาง บช.น. บก.น.2 และ สน.สุทธิสาร วางแนวทางร่วมกันจับกุม ทั้งนี้รองสวป.ดังกล่าวเป็นชุดจู่โจม ฝ่ายป้องกันปราบ สน.สุทธิสาร

ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่ามีหน้าที่เป็นเอเย่นต์จัดหายาเพื่อให้คนไปส่งของทางไปรษณีย์อีกทอดหนึ่ง ซึ่งรองสวป.ยังให้การปฏิเสธในตอนนี้ จึงยังไม่ถือว่าเป็นผู้ต้องหา แต่ถ้าเจ้าหน้าที่มีหลักฐานพอที่จะดำเนินคดี และขยายผลไปยังผู้อยู่เบื้องหลัง ทั้งการรับยาจากใคร และจะได้จับกุมขบวนการดังกล่าวต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 20.40 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจาก พ.ต.อ.เติมเผ่า ศิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร แล้ว เบื้องต้นได้สั่งให้ ร.ต.อ.สัมพันธ์ ออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง รวมถึงให้รายงานตัวต้องคดีอาญากับผู้บังคับบัญชาด้วย

ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาในระดับ สวป., รอง ผกก.ป. และ ผกก. ต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงด้วย ตามคำสั่ง 1212/2537 เนื่องจากปล่อยปะละเลยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปกระทำความผิด
Read more ...

ตำรวจ ปคบ.จับร้านแกะดอกยางรถยนต์ สร้างอันตรายบนท้องถนน

15/2/61
    

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 61

พ.ต.ต.สมพงษ์ บุตรรัตน์ สารวัตรกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมกำลังตำรวจ บก.ปคบ. ได้ร่วมกันตรวจค้น

ร้านแกะดอกยางรถยนต์ไม่มีชื่อเลขที่ 22/38 ม.5 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ริมถนนธัญบุรี-วังน้อย 

และจับกุม

1. นายวีรพล เพ็งศรีโคตร อายุ 28 ปี 

2. นางดารุณี เมรีศรี อายุ 44 ปี 

พร้อมตรวจยึด

- ยางรถยนต์ที่อยู่ภายในร้าน
- แผ่นวัน เดือน ปี ที่ผลิตยางรถยนต์
- อุปกรณ์การแกะดอกยางรถยนต์

ดำเนินคดีข้อหา

ร่วมกันประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (เกี่ยวกับยานยนต์) โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และประกาศกระทรวง สธ.เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558

นำตัวส่ง พงส.สภ.คลองห้า ดำเนินคดี

สอบสวนนายวีรพล ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างแกะดอกยางรถยนต์และเปลี่ยน วัน เดือน ปี ที่ผลิตยางรถยนต์จากยางเก่าให้เป็นยางใหม่ โดยได้ค่าจ้างเส้นละ 100 บาท ทำมา 10 ปีแล้ว ไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย
และนายวีรพลยังสาธิตการแกะดอกยางรถยนต์ให้ดู โดยบอกว่าเมื่อมีคนนำยางรถยนต์มาให้แล้วหากดอกยางหมดก็จะใช้เครื่องแกะดอกยางให้ใหม่เพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้
ส่วนวันเดือนปีที่ผลิตยางรถยนต์นั้นก็จะใช้คัตเตอร์ค่อยๆ แกะออกและใช้ยางดิบที่พิมพ์วันเดือนปีที่ผลิตยางรถยนต์ใหม่แล้วไปสวมกับยางรถยนต์เก่า
จากนั้นทางเจ้าของยางก็จะมาเอาไปขายต่อเป็นยางเปอร์เซ็นต์ต่อไป

ตำรวจ ปคบ. ให้รายละเอียดว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนทางภาคอีสานว่า ยางรถยนต์ซึ่งเป็นยางเปอร์เซ็นต์ที่ซื้อมาใช้นั้นมีคุณภาพต่ำ แต่พอดูวันเดือนปีที่ผลิตแล้วก็ยังเป็นของใหม่อยู่ ไม่น่าจะระเบิดหรือเสื่อมคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว จึงออกหาข่าวจนทราบว่าที่ร้านนี้เป็นสถานที่แกะดอกยางรถยนต์และปั๊มวันเดือนปีที่ผลิตยางรถยนต์ใหม่ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว ส่วนผู้ต้องหารายนี้เป็นที่รู้จักของผู้ค้าที่ขายยางเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นคนที่มีฝีมือดีคนหนึ่งในประเทศไทยเพราะแกะดอกยางรถยนต์สวย  รถยนต์ที่ใช้ยางเปอร์เซ็นต์ประเภทนี้จะเป็นรถกระบะที่บรรทุกหนัก และรถตู้โดยสารนั่งสาธารณะเพราะมีราคาถูกว่ายางตามศูนย์บริการขายยางรถยนต์

ตำรวจ ปคบ.อยากฝากบอกถึงประชาชนว่าการที่จะซื้อยางเปอร์เซ็นต์มาใช้นั้นต้องตรวจดูให้ดีก่อนว่าเป็นยางเก่านำมาแกะดอกยางใหม่หรือไม่ และก็ซื้อกับคนที่เราไว้ใจ
นอกจากนี้ ยางประเภทนี้จะขายพร้อมกับล้อแม็กรถยนต์ที่ขายอยู่ตามข้างทาง

หากประชาชนสงสัยว่ายางเปอร์เซ็นต์ที่ตนเองซื้อนั้นเป็นยางรถยนต์ที่ถูกแกะดอกหรือไม่ ให้โทรศัพท์สายด่วน บก.ปคบ.1135
Read more ...

ทำร้ายตำรวจพัทยา แค้นจับกุมยาเสพติด

2/5/60
เมื่อ 28 เม.ย.60 เวลา 03.00 น.

ส.ต.ต. ณัฐวุฒิ ขรัวทองเขียว ผบ.หมู่ (ป.) สภ. เมืองพัทยา

ได้ไปเที่ยวที่ DNA กับแฟนสาว 2 คน

ระหว่างที่เที่ยวในนั้นได้มีวัยรุ่นเดินมาสอบถามว่าพี่ใช่มั้ยที่จับเพื่อนผมแล้วก็เดินออกไป

ทาง ส.ต.ต.ณัฐวุฒิฯ ก็ไม่ได้สนใจ

กระทั่งเวลา 05.00 น. ส.ต.ต.ณัฐวุฒิฯ จึงได้ออกจาก DNA เพื่อที่จะเดินทางกลับบ้านพร้อมแฟนสาวในระหว่างที่นั่งค่อมรถจักรยานยนต์นั้นได้มีวัยรุ่นจำนวน 4 คนได้ก่อเหตุลงมือทำร้ายร่างกาย ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ (ตามคลิป) หลังก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุม

นายจักรพันธ์ หรือเก่ง มโนถิรกุล 

ได้ที่เกิดเหตุ ส่วน

นายณัฐพงษ์ หรือต้น นามสุนทร พร้อมพวก 

ได้แยกย้ายกันหลบหนีไป

หลังตรวจสอบรูปตามในคลิปกลุ่มที่ก่อเหตุเป็นคนเดียวกันที่เคยถูก ส.ต.ต.ณัฐวุฒิฯ จับกุมยาเค เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 เวลา 03.00-05.00 น.

ว.20 ได้ที่จุด ว.43

สาเหตุการก่อเหตุ

คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุโกรธเคือง ส.ต.ต. ณัฐวุฒิฯ ที่ทำการจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุในวันนั้น
Read more ...

ข่มขู่รีดเงินสาว รวบ”ร.ต.ท.”เก๊ เคยเป็นสายตำรวจ เชื่อมีเหยื่อเพียบ

29/12/59
ข่มขู่รีดเงินสาว รวบ”รตท.”เก๊ เคยเป็นสายตร. เชื่อมีเหยื่อเพียบ
 https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_163755
Read more ...

ภ.5 ทลายโอเกะค้ากาม หมายจับคนตระกูลดังเชียงใหม่

24/9/59
เมื่อ 24 กันยายน 2559

รอง ผบช.ภ.5 แถลงผลงานตัดวงจรค้ามนุษย์ บุกสถานบริการบังหน้าเบื้องหลังค้ากามย่านช้างคลาน เมืองเชียงใหม่ ได้ผู้ต้องหา 6 ราย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้านบาท พร้อมออกหมายจับคนในตระกูลดัง "รุ่งธนเกียรติ" ผู้อยู่เบื้องหลัง

พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 5 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-23 กันยายน จับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้ 26 คดี ผู้ต้องหา 30 คน และมีผู้เสียหาย 47 ราย
แบ่งเป็นพื้นที่

เชียงใหม่ 18 คดี 
เชียงราย 6 คดี พะเยา และ
แพร่ จังหวัดละ 1 คดี

พล.ต.ต.ทรงธรรม กล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้จับกุม

นายสืบพงศ์ เหนะ พร้อมกับพวกอีก 5 คน 

ผู้ร่วมดูแล

ร้านคาราโอเกะหลายแห่งย่านถนนช้างคลาน ถนนเจริญเมือง และถนนศรีดอนไชย กลางเมืองเชียงใหม่ 

ที่เปิดร้านคาราโอเกะบังหน้า เบื้องหลังค้ากามเด็กหญิงที่ล่อลวงมาจากผู้ปกครอง พร้อมกันนี้ได้ทำการยึดอายัดบ้าน ที่ดิน ตลอดจนทรัพย์สินมีค่าทั้ง สมุดบัญชีธนาคาร โฉนดที่ดิน รถยนต์ ของเครือข่ายดังกล่าวได้ รวมมูลค่านับ 100 ล้านบาท

โดยร้านคาราโอเกะเหล่านี้มีพฤติกรรมแอบแฝงค้าบริการทางเพศเด็กมานานแล้ว โดยให้เด็กมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ เมื่อลูกค้าถูกใจก็จะออฟเด็กไปร่วมหลับนอน คิดค่าบริการครั้งละ 3,000-5,000 บาท แต่ละคืนก็จะมีเด็กสาวหน้าตาดีมานั่งล่อลูกค้าบริเวณหน้าร้านเพื่อดึงดูดเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ขอศาลออกหมายจับ

นายบุญยสิทธิ์ รุ่งธนเกียรติ นายทุน และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังรวม 3 หมายจับ และพวกอีก 2 คน ที่ควบคุมดูแลเด็กสาวให้ขายบริการทางเพศ ซึ่งทั้งสามยังอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันสนองความใคร่ของผู้อื่น คดีนี้มีผู้เสียหายที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 7 ราย

ส่วนอีกคดี เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจ

ร้านบางแสน 1 ถนนเจริญราษฎร์ ต.วัดเกต อ.เมืองเชียงใหม่ 

พบเปิดบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่มีใบอนุญาตประกอบการ นอกจากนี้ยังพบป้ายโฆษณาเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งแปลได้ว่า พนักงานโคโยตี้ของร้านสามารถออกไปกับลูกค้าได้โดยให้สอบถามกับพนักงานโคโยตี้ และสามารถเช่าห้องวีไอพีส่วนตัวได้จนถึงเวลา 03.00 น. ในราคา 500 บาท

จากการตรวจสอบพนักงานของทางร้าน พบว่า เป็นผู้เสียหายจาการค้ามนุษย์จำนวน 10 คน โดยมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 2 คน 

จากการสอบถามผู้เสียหายเบื้องต้นทราบว่า ต้องทำยอดค่าบริการนั่งดื่ม หรือค่าดริ้งก์ ให้ได้ตามเป้าที่ร้านกำหนด หากไม่ถึงเป้าก็จะถูกมาม่าของร้านบังคับให้ออกไปกับลูกค้าเพื่อขายบริการทางเพศ จึงได้จับกุมเจ้าของสถานบริการ และผู้ดูแลพนักงานในร้านอีก 2 คน จากการสอบสวนทราบว่า ร้านบางแสนมีอยู่ 2 สาขา จึงได้สั่งปิดบริการทั้ง 2 แห่ง โดยไม่มีกำหนด
Read more ...

รวบต่างชาติแก๊งโรแมนซ์สแกม

5/6/59

เมื่อ 5 มิ.ย.59

กรณีชาวต่างชาติที่แชทหลอกสาวไทยให้โอนเงิน หรือ แก๊งโรแมนซ์ สแกม ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีหญิงไทยสูญเงินไปเกือบ 1 ล้านบาท แต่สุดท้ายตำรวจตามจับได้ในห้องเช่า จังหวัดสมุทรสาคร

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บุกเข้าจับกุม

นายแอโร ชัควูดี้ สัญชาติไนจีเรีย 

ขณะหลบในห้องเช่า อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

โดยพฤติการณ์ของนายแอโร ซึ่งร่วมกับ นายแพทริค แบนด้า จะหลอกลวงหญิงไทยโดยเปิดเฟซบุ๊กแอบอ้างเป็นนายพลกองทัพอเมริกัน เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ และส่งข้อความตีสนิทกับหญิงไทยก่อนเอ่ยปากขอแต่งงาน

โดยล่าสุด มีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม ระบุว่า ได้หลงพูดคุยกับผู้ต้องหารายนี้นานหลายเดือน โดยเข้าใจว่าเป็นทหารอเมริกัน และ มีการเอ่ยปากขอแต่งงาน จนกระทั่งมีบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากรโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีสิ่งของส่งมาถึงโดยให้โอนค่าธรรมเนียม และค่าภาษี เป็นเงินเกือบ 1 ล้านบาท แต่หลังจากโอนแล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้เข้าแจ้งความต่อพลตำรวจโท ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ช่วยสืบสวนแกะรอย จนจับกุมทั้ง 2 คนได้ เบื้องต้น เชื่อว่ามีคนไทยให้ความร่วมมือด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งขยายผลจับกุม
Read more ...